มุมมืดในเรือนจำ
(1 vote, average 4.00 out of 5)
สังคมและวัฒนธรรม - บทความ กฎหมาย
วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2012 เวลา 07:39 น.

พักหลังมานี้ มีข่าวเกี่ยวกับเรือนจำออกมาในทางไม่ดีบ่อย อย่างล่าสุดเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นยาเสพติดในเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช จากข่าวสะท้อนเรื่องบางอย่างในสังคม โดยเฉพาะการบริหารจัดการของหน่วยงานราชกาลได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ส่งผลออกมาสู่สายตาคนทั่วไปในสังคม ด้วยสื่อในปัจจุบัน ทำให้เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ยังต้องเสียเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน หากกฏหมาย โซ่ตรวน ถ้าจิตใจที่ยังขุ่นมัว เต็มไปด้วยกิเลสแล้ว ไม่มีอะไรที่จะฉุดรั้งคนๆนั้นได้

มีเรื่องมาฝาก เป็นมุมมืดในเรือนจำ เรื่องจาก ทนายอาสาซึ่งเป็นทีมงานของทนายคลายทุกข์ได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต ที่เรือนจำบางขวาง ท่าน้ำนนท์ จังหวัดนนทบุรี ทนายคลายทุกข์จึงขอนำประสบการณ์ชีวิต ที่สะท้อนถึงความผิดพลาดของคน ถ้าหากว่าไปกระทำความผิดถึงขั้นมีโทษประหารชีวิต จะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจนกว่าจะถูกฉีดยาหรือฉีดสารพิษให้ตายไปตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งการรออยู่ในคุกเพื่อรอการประหารทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าถูกประหารในทันทีทันใด

ขั้นตอนตามที่ทนายความจะเข้าไปเยี่ยมผู้ต้องขังที่มีโทษประหารชีวิต เริ่มต้นดังนี้ครับ

  1. พบเจ้าหน้าที่เรือนจำ เพื่อเยี่ยมผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำจะถามผู้เข้าเยี่ยมว่าเป็นทนายความของผู้ต้องขังหรือไม่ หากไม่ได้เป็นทนายความของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำจะไม่ให้เข้าเยี่ยมเด็ดขาด
  2. ทนายความที่เข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง จะต้องมีใบแต่งทนายความของผู้ต้องขังนำไปด้วย เพื่อยื่นแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ หากไม่มีเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม บรรยากาศในห้องทนายความ มีลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยม มีลูกกรงล้อมรอบ เวลาพูดคุยกับผู้ต้องขัง พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ เหมือนในภาพยนตร์ฮอลลิวู้ด  ให้เวลาเยี่ยมไม่จำกัด แต่ที่สำคัญมีเครื่องดักฟังการสนทนา จะคุยเรื่องส่งยาเสพติดกันไม่ได้ มิฉะนั้นทนายจะต้องติดคุกแทน เนื่องจากเป็นแดนความมั่นคงสูง
  3. ห้องเยี่ยมญาติ สำหรับญาติของผู้ต้องขัง มีลักษณะห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ระยะห่างระหว่างญาติกับผู้ต้องขัง จะเป็นทางเดินกว้างประมาณ 1 เมตร มีเจ้าหน้าที่เรือนจำเดินผ่านไปมา เวลาคุยกับผู้ต้องขังต้องใช้โทรศัพท์ และให้เวลาในการสนทนากันครั้งละ 15 นาที ในแต่ละสัปดาห์จะกำหนดวันเยี่ยมอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ยกตัวอย่างเช่น แดน 5 อาทิตย์ละ 2 ครั้ง วันอังคารกับวันพฤหัสบดี ดังนั้นใครจะไปเยี่ยมญาติที่เรือนจำบางขวางให้สอบถามเจ้าหน้าที่เรือนจำก่อน จะไม่ได้เสียเวลา
  4. การเข้าเยี่ยม ห้ามนำกระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ เข้าไปในเรือนจำ ทนายความจะต้องนำสิ่งของดังกล่าวไปฝากกับเจ้าหน้าที่เรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่จะนำไปใส่ไว้ในล๊อคเกอร์ และมอบกุญแจให้ทนายความถือไว้ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดกฎหมาย
  5. การเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำ จะตรวจค้นอย่างเข้มงวดเป็นรายบุคคล เช่น ตรวจค้นตามร่างกายโดยละเอียด ตรวจค้นโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด ของมีคม แม้กระทั่งกระเป๋าสตางค์ก็ไม่อนุญาตให้นำเข้าในห้องเยี่ยมของทนายความ
  6. ผู้ต้องขังที่มีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด

ชีวิตในเรือนจำของผู้ต้องขังที่ถูกประหารชีวิต เป็นชีวิตที่ทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสไม่มีโอกาสติดต่อกับโลกภายนอก ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพทุกชนิด ที่มีตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีอนาคต รอวันตายอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น แดน 2 และแดน 5  จะไม่ให้ผู้ต้องขังทำงานในเรือนจำแต่อย่างใด ผู้ต้องขังที่ถูกประหารชีวิต จะถูกควบคุมอยู่ในห้องที่มีพื้นที่ขนาด 4x8 เมตร มีจำนวนผู้ต้องขังประมาณ 19-21 คน ในห้องดังกล่าว  ในเวลาผู้ต้องขังนอน พื้นที่จะมีจำนวนจำกัด ทำให้ผู้ต้องขังนอนตะแคงซ้อน ๆ กัน ไม่สามารถขยับตัวได้ เพราะแน่นมาก โดยในแดนดังกล่าวจะเปิดให้ผู้ต้องขังออกมาทำกิจกรรมในช่วงเช้าเวลา 07.30 น. ถึงเวลา 14.30 น. หลังจากนั้นก็จะปิดแดน และให้ผู้ต้องขังเข้ามาอยู่ในห้องขังที่เคยอยู่เหมือนเดิม จนกว่าจะถึงวันรุ่งขึ้นของวันต่อไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปีตลอดไป จนกว่าจะถูกประหารชีวิต

ส่วนเรื่องอาหารการกินของผู้ต้องขัง  จะไม่ใช้เงินซื้อของกินของใช้ แต่จะใช้บุหรี่ในการซื้อแทน เพราะเป็นวิถีชีวิตของผู้ต้องขัง

?ไม่อยากเป็นแบบนี้ ก็อย่าทำผิดกฎหมาย คุกไม่ใช่โรงแรม? ตราบาปที่ก่อ ติดตัวไปจนวันตาย

เรื่องจาก เรือนจำ อ.ไชยา


ปรับขนาดอักษร - +