สนับสนุนโดย





 

เศรษฐกิจ

เทคนิค 4 ข้อ ช่วยประหยัดภาษีได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ

AFS 19MAY 012

ที่มาของรูป pixabay.com

     ไหนใครไม่อยากจ่ายภาษีบ้าง ยกมือขึ้น เราเป็นพวกเดียวกันค่ะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากจ่ายหรอก แต่เห็นตัวเลขภาษีที่ต้องจ่ายแต่ละปีแล้ว ถ้ามันจะลดลงกว่านั้นได้บ้าง เราน่าจะเหลือเงินไปทำอะไรอย่างอื่นมากกว่านี้ มนุษย์เงินเดือนอย่างเราต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน กว่าจะถึงบ้านก็มืดค่ำ แสนจะเหน็ดเหนื่อย แต่เงินเดือนเกือบทั้งเดือนหรือบางคนมากกว่านั้นต้องเอาไปจ่ายภาษี แสนจะห่อเหี่ยวเหลือเกิน
     ไม่ได้ยุให้เลี่ยงหรือไม่จ่ายภาษีกันนะคะ เพราะหากทำแบบนั้นเราเองที่อาจเดือดร้อนในอนาคต ทำให้ถูกต้องดีกว่าค่ะ เพราะเรามีสิทธิ์บางอย่างที่จะนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาเป็นค่าลดหย่อนเมื่อต้องคำนวณภาษีอยู่แล้ว ดังนั้นขอให้อย่าหลงลืมไปและเตรียมเอกสารที่จำเป็นไว้ให้พร้อม การให้ความใส่ใจในเรื่องเหล่านี้ ช่วยให้เราประหยัดเงินได้ปีละมาก ๆ เชียวค่ะ
วันนี้น้ำใสดอทคอมมีคำแนะนำหรือจะเรียกว่าเป็นเทคนิคก็ได้ 4 ข้อ ที่ช่วยประหยัดเงินภาษีที่ต้องจ่ายของคุณได้ค่ะ
     1.เลี้ยงดูพ่อแม่ลดหย่อนได้ พ่อและแม่ที่ไม่มีเงินได้หรือมีเงินได้ไม่ถึงตามเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ลูก ๆ สามารถลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดาและมารดาได้ ข้อนี้อย่าลืมกันเชียว หากมีพี่น้องหลายคนให้คนที่ต้องจ่ายภาษีสูงสุดเป็นคนนำบิดาและมารดาไปลดหย่อนก็จะช่วยประหยัดภาษีรวมของครอบครัวได้มากกว่า อันนี้ต้องไปตกลงกันดูแล้วจะนำเงินที่ประหยัดภาษีได้มาแบ่งกัน หรือจะใช้เป็นเงินกองกลางพาพ่อแม่ไปทานข้าวก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวที่มีคนทำมาแล้วค่ะ (ถ้าเสียภาษีอัตราสูงสุดที่ 20% จะลดหย่อนได้ถึง 12,000 บาทต่อปี เพราะลดหย่อนพ่อและแม่ได้คนละ 30,000 บาท)
     2.เงินบริจาคลดหย่อนได้ หลายคนชอบตระเวนทำบุญหรือให้เงินบริจาคเมื่อมีโอกาส แต่ก็มักจะลืมไปว่าการทำบุญนั้นนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน เพียงแต่จะต้องเป็นการทำบุญที่มีเอกสารหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงิน โดยจะนำมาหักลดหย่อนได้ 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว ถ้าเป็นการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษาหรือการกีฬาสามารถนำหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่าด้วย (ถ้าเสียภาษีอัตราสูงสุดที่ 20% จะลดหย่อนเงินบริจาค 10,000 บาท ได้ 2,000 บาท และถ้าเป็นการบริจาคสนับสนุนการศึกษาหรือกีฬาจะประหยัดภาษีได้ถึง 4,000 บาท)
     3.ทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ ไหน ๆ จะต้องดูแลเรื่องสุขภาพของพ่อแม่อยู่แล้ว ก็ให้ซื้อประกันสุขภาพคุ้มครองพ่อและแม่ไปเลย จะทำให้การวางแผนการเงินของเราง่ายขึ้นเพราะรู้ว่าต้องจ่ายเงินที่แน่นอนปีละเท่าไหร่ ที่สำคัญประกันสุขภาพที่ลูกซื้อให้พ่อและแม่เป็นประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ ถ้าซื้อประกันสุขภาพให้ตัวเองหรือให้ลูกแบบนี้นำมาลดหย่อนไม่ได้ โดยสามารถนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อและแม่มาลดหย่อนรวมกันได้ไม่เกิน 15,000 บาท (ถ้าเสียภาษีอัตราสูงสุดที่ 20% จะประหยัดภาษีได้ 3,000 บาท)
     4.ซื้อกองทุน LTF และ RMF การลงทุนเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการเงินของคนวัยทำงานอย่างเราอยู่แล้ว ไหน ๆ จะต้องลงทุนก็ให้เลือกลงทุนกับกองทุนประหยัดภาษีอย่าง LTF จะดีกว่า โดยให้พิจารณาจำนวนเงินที่จะลงทุนให้เหมาะสมไม่มากหรือน้อยจนเกินไปเพื่อจะได้ทั้งประโยชน์เรื่องผลตอบแทนการลงทุนและเรื่องลดหย่อนภาษีด้วย สำหรับผู้ที่อยากวางแผนสำหรับเกษียณก็สามารถเลือกลงทุนใน RMF ได้ หากกังวลว่าเวลายังอีกนาน ก็เลือกลงทุนขั้นต่ำที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นภาระ จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาษีที่ต้องจ่ายให้แต่ละปีได้เช่นกัน (สมมติถ้าซื้อ LTF 50,000 บาท จะประหยัดภาษีได้ 10,000 บาท สำหรับคนที่เสียภาษีอัตราสูงสุดที่ 20%)
     ใครที่มีสิทธิ์อะไรก็อย่าลืมนำมาลดหย่อนกันให้ครบถ้วน เลือกลงทุนและวางแผนเกษียณกับกองทุนประหยัดภาษี รวม ๆ กันแล้วก็ลดหย่อนภาษีไปได้มากอยู่ค่ะ ยกตัวอย่าง ค่าเลี้ยงดูบิดามารดาที่ให้ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท ก็เท่ากับรวม 60,000 บาท ถ้าเสียภาษีอัตราสูงสุดที่ 20% ก็เท่ากับลดหย่อนได้ตั้ง 12,000 บาท ไม่น้อยทีเดียวนะคะ แล้วถ้าเอาเงินที่ประหยัดภาษีได้นี้ไปซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่อีก ก็จะนำมาลดหย่อนได้อีกครั้ง ประหยัดไปอีก 2,400 บาท นี่เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่เมื่อคิดคำนวณออกมาจะเห็นว่าประหยัดได้มากอย่างไม่น่าเชื่อจริง ๆ ลองดูนะคะ

สนับสนุนโดย


บทความแนะนำ