เมนูอาหาร

ข้าวหมากภูมิปัญญาไทยสรรพคุณบำรุงเลือดผิวพรรณเปล่งปลั่ง

20 09 2561 001

รูปประกอบจากแป้งข้าวหมากโอฬาร@ชุมพร

     ข้าวหมาก น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม นั่งคิดมาเดือนกว่า จะนำข้อมูลมาเสนอในทิศทางใหนดี อาหารดีใหม กฏหมายดีใหม หรือจะเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดี สำหรับบทความนี้ น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ข้าวหมาก ซึ่งมีข้อมูลจากหลายๆแหล่งกล่าวว่า อาหารประเภทโปรไบโอติก ไม่ใช่มีแค่ในอาหารไทยเท่านั้น แต่ในอาหารประเภทอื่นๆก็มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์อยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นกิมจิของเกาหลี นัตโตะหรือถั่วหมักของญี่ปุ่น แม้แต่โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวที่เรารู้จักกันดี ก็มีส่วนผสมของโปรไบโอติกเช่นเดียวกัน และแน่นอนเมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้คุณผู้อ่านหลายๆท่านเริ่มสนใจแล้วใช่ใหม

ข้าวหมาก

     ข้าวหมาก คือ ขนมหวานชนิดหนึ่งที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านสามารถจะทำได้โดยการนำข้าวเหนียวนึ่งมาหมักกับรา และยีสต์ ในรูปของ “ลูกแป้ง” เพื่อให้ราและยีสต์เปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลหรือเป็นแอลกอฮอล์เล็กน้อย

     ข้าวที่หมักได้จะมีลักษณะยุ่ย นุ่ม มีรสหวาน และมีกลิ่นหอม หรือที่เรียกว่า ข้าวหมาก
     ข้าวหมากและคุณประโยชน์มากกว่าที่คิด
     ผลการทดสอบในห้องวิจัยเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวการค้นพบเกี่ยวกับคุณประโยชน์ที่มีในข้าวหมากว่ามีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แก้ปัญหาสิว ฝ้าได้ และจัดเป็นอาหารโปรไบโอติก ทำให้ใครหลายคน โดยเฉพาะสาว ๆ หันมาให้ความสนใจกับอาหารชนิดนี้มากขึ้น
แต่ก่อนที่จะไปรู้ว่าข้าวหมากนั้นช่วยบำรุงสุขภาพของคุณผู้หญิงได้อย่างไร เรามารู้จักกับคำว่า โปรไบโอติกกันก่อน

20 09 2561 002

     โปรไบโอติกคืออะไร
     โปรไบโอติก คืออาหารที่บรรจุจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ช่วยการสร้างความสมดุลให้กับลำไส้ โดยจุลินทรีย์เหล่านี้จะมีอยู่ร่างกายเราอยู่แล้ว และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หากอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมเป็นมากขึ้น
โดยนำจุลินทรีย์เหล่านี้มาบรรจุในเครื่องดื่มเพื่อช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
     โปรไบโอติก พบที่ไหนบ้าง
     โดยปกติแล้ว อาหารที่เหมาะสมกับการย่อยสลายของจุลินทรีย์โปรไบโอติกนั้น จะมีอยู่แล้วในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น อาหารเส้นใย ผักและผลไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กล้วยหอม แอปเปิ้ล มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ซึ่งจะเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในลำไส้นั่นเอง

     โปรไบโอติกดีอย่างไร
     จุลินทรีย์ที่เป็นโปรไบโอติกหรือแบคทีเรียชนิดดีจะผลิตกรดอินทรีย์ช่วยในการขับถ่าย ทำให้กระดูกและเม็ดเลือดแข็งแรง ปรับความสมดุลให้กับแบคทีเรียในร่างกาย ช่วยให้การเผาผลาญปกติ นอกจากนี้ยังช่วยในการกำจัดสารก่อมะเร็ง ไวรัส อนุมูลอิสระต่างๆ ลดอาการอักเสบท้องเสีย กระเพาะอาหาร โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ภูมิแพ้ โรคตับอักเสบ โรคตับ แผลสด แผลพุพอง แผลเน่าเปื่อยอีกด้วย..

     ข้าวหมาก กับอาหารโปรไบโอติก
     จริงๆแล้วอาหารประเภทโปรไบโอติก ไม่ใช่มีแค่ในอาหารไทยเท่านั้น แต่ในอาหารประเภทอื่นๆก็มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์อยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นกิมจิของเกาหลี นัตโตะหรือถั่วหมักของญี่ปุ่น แม้แต่โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวที่เรารู้จักกันดี ก็มีส่วนผสมของโปรไบโอติกเช่นเดียวกัน
     ส่วนข้าวหมากอาหารไทย ๆ ของเรานั้นจะมียีสต์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์ มีธาตุสังกะสีมาก ซึ่งคุณประโยชน์ของสังกะสีนั้น จะช่วยในการบำรุงเลือด ผิวพรรณสดใส ไม่เป็นสิวหรือฝ้า ทั้งยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตให้กับเด็กอีกด้วย
     เห็นมั้ยว่าอาหารดีมีประโยชน์นั้นอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดซึ่งเป็นภูมิปัญหาทางด้านอาหารที่ประเทศไทยเราคิดค้นขึ้นเองอีกด้วย ราคาถูกและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ต้องไปเสียเงินซื้ออาหารราคาแพงๆแต่ได้คุณประโยชน์เท่ากันให้เสียเวลาอีกแล้วล่ะ
     วิธีการทำข้าวหมากนั้นมีหลากหลายสูตรเฉพาะแต่ละพื้นที่ แต่สำหรับสูตรที่ น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม จะแนะนำ เป็นสูตรจากคนที่ได้ทำและออกขายก็ได้ผลตอบรับที่ดี เผื่อผู้อ่าน่ทานใหนสนใจอยากทำข้าวหมาก กินเอง

20 09 2561 003

มีวิธีทำดังนี้

  1. ข้าวเหนียวดิบ (ปริมาณจะขึ้นกับลูกแป้งข้าวหมาก) ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูใหม่อย่างดีไม่มีเมล็ดข้าวอื่นปนมามาก ประมาณข้าวกลางปี ข้าวเหนียวนี้สำคัญมาก ไม่ใช้ข้าวเหนียวเก่าเพราะสีของเมล็ดข้าวจะเหลืองไม่สวย ข้าวเหนียวใหม่มากก็ไม่ดี ทำออกมาแล้วเม็ดจะเละ (ข้่าวเหนียวสันป่าตอง หรือ ข้าวเหนียว กข 6 ก็ใช้ได้ แต่ต้องดูว่าไม่มีเมล็ดข้าวอื่นปนมามาก)
  2. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด เพื่อเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกออก ล้างประมาณ 2-5 ครั้ง
  3. เมื่อล้างเสร็จแล้วเอาข้าวเหนียวแช่น้ำ ใช้น้ำสะอาดที่ผ่านจากเครื่องกรองน้ำ แช่ทิ้งไว้ 6 ชั่วโมง เคยแช่ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงแล้วเวลาหุ่งแล้วเม็ดข้าวจะสุกไม่ค่อยพร้อมกัน แต่การแช่ข้าวอีกวิธีหนึ่งคือใช้น้ำอุ่นก็ย่นระยะเวลาลงไปอีก แต่ยังไม่เคยลอง
  4. ตั้งน้ำให้เดือด นำข้าวเหนียวที่แช่ทิ้งไว้ใส่ซึ้ง หรือหวด ใช้เวลาประมาณ 20 -30 นาที ดูว่าให้สุกทั่วกัน และไม่เป็นไตแข็ง
  5. นำข้าวเหนียวที่สุกแล้วใส่ภาชนะ เช่น ถาด ผึ่งให้เย็น หรือพลิกข้าวเหนียวกลับไปกลับมา สังเกตจากไอของข้าวเหนียวว่าไม่มีแล้ว
  6. นำข้าวเหนียวสุกที่เย็นแล้วไปล้างให้หมดยางข้าว ประมาณ 2 - 4 ครั้ง โดยใช้น้ำสะอาดผ่านการบำับัดคลอรีนและเชื้อโรค หรือน้ำที่ผ่านจากเครื่องกรองน้ำ (น้ำที่มีคลอรีนอาจทำให้เชื้อยีสต์จากลูกแป้งทำงานได้ไม่เต็มที) น้ำปูนใสก็ล้างยางข้าวดีเพราะว่าเป็นด่าง แต่ว่าข้าวจะมีสีเหลืองดูแล้วไม่สวย
  7. นำข้าวเหนียวสุกที่ล้างจดหมดยางข้าวขึ้นสะเด็ดน้ำ
  8. บดลูกแป้งข้าวหมากให้ละเอียด (ควรทราบว่าลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก ใช้กับข้าวเหนียวดิบปริมาณเื้ท่าไหร่)
  9. นำข้าวเหนียวสุกที่สะเด็ดน้ำแล้วไปคลุกลูกแป้งข้าวหมากที่บดละเอียด (ค่อย ๆ โรยลูกแป้งข้าวหมากที่ละนิดให้ทั่วแล้วคลุกเคล้า อย่าโรยหมดในทีเดียว) ลูกแป้งนี้สำคัญมากที่จะให้รสชาติที่ดี การคลุกโดยทั่วไปก็ใช้มือ หรือไม้พาย คลุกไปคลุกมาให้ทั่ว
  10. เมื่อคลุกเคล้าให้ทั่วแล้ว ก็เตรียมบรรจุลงภาชนะ ตามต้องการ หม้อ ถ้วย ใบตอง แต่ของเรานำใส่กระปุกปิดฝามิดชิด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของยีสต์ซึ่งจะเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล ซึ่งเรียกว่าน้ำต้อย ใช้เวลา 3 วัน แต่ถ้าอากาศเย็นอาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก 1 วัน ก็ได้ข้าวหมากที่น่ากิน หวาน หอม 

(หลังจากข้าวหมากได้ที่แล้วนำใส่ตู้เย็นสามารถเก็บได้เป็นเดือน การใส่ในตู้เย็นเพื่อลดการทำงานของยีสต์ไม่ให้เป็นแอลกอฮอล์มากเกินไป)
ขอขอบคุณยายมาย จ.อ่างทอง ที่อนุเคราะห์ให้ข้อมูล
เคล็ดลับการทำข้าวหมาก

  • ความสะอาดสำคัญมากเพราะมีผลต่อรสชาติของข้าวหมาก ถ้ามีสิ่งปนเปื้อนจะทำให้ข้าวหมากมีรส เปรี้ยวปนหวาน
  • ข้าวเหนียวควรเลือกอย่างดี คือไม่มีเมล็ดข้าวอื่นปนมาเยอะ เพราะจะทำให้ข้าวเหนียวสุกไม่ทั่วถึง ทำให้ข้าวเหนียวบางเมล็ดเป็นไต
  • ลูกแป้งข้าวหมากที่คุณภาพดีก็มีผลต่อรสชาติของข้าวหมาก ข้าวหมากจะหวานมากหรือหวานน้อย รวม ทั้งไม่มีรสเปรี้ยว ก็ขึ้นอยู่กับลูกแป้งข้าวหมากด้วย
  • อุปกรณ์ที่ใช้ทำข้าวหมาก ควรแยกต่างหากจากอุปกรณ์ที่ใช้ประจำทั่วไป
  • น้ำต้อยข้าวหมากออกมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเมล็ดข้าวที่คลุกเคล้า เมล็ดข้าวที่คลุกเคล้าลูกแป้งข้าว หมากแล้วค่อนข้างมีเมล็ดติดกันน้ำต้อยจะออกมามาก แต่ถ้าเมล็ดข้าวที่คลุกเคล้าลูกแป้งข้าวหมาก ค่อนแล้วข้างแห้งเมล็ดไม่ติดกันน้ำต้อยจะออกมาพอดี

     จากบทความนี้ ท่านผู้อ่านได้ทราบไปแล้วว่าข้าวหมากซึ่งเป็นอาหารภูมิปัญญาของคนไทยนั้น เรามีวิวัฒนาการด้านอาหารที่พูดได้ว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก ความหลากหลายของวัตถุดิบด้านอาหาร