สุขภาพ

เซลล์ร่างกายคนเรามีอายุเท่าไหร่

22 09 2561 001

     ร่างกาย สุขภาพ จิตใจ การที่คนเราจะมีสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ ที่ดีได้นั้น นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง แล้วทุกๆวันนี้ คุณผู้อ่านทุกท่านมีความเข้าใจดีมากน้อย เพียงใดเกี่ยวกับร่างกายนี้ที่ทุกคนมี จากความสงสัย น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม เลยรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอเป็นบทความ เชื่อว่าจะทำให้คุณผู้อ่านทุกท่านมีความเข้าใจ รู้เรื่องเกี่ยวกับร่างกายเรามากยิ่งขึ้น

     รู้หรือไม่..... อวัยวะในร่างกายมนุษย์.... อายุไม่เท่ากัน เชื่อว่า น่าจะเป็นคำถามในใจผู้อ่านหลายๆท่าน แต่เนื่องจากเราไม่ได้เรียนแพทย์ หรือเป็นคุณหมอคำตอบเลยยังคงเป็นข้อสงสัย

     เมื่อคิดกันว่าถ้าเราแก่มากขึ้น แล้วอวัยวะต่างๆภายในร่างกายนั้นคงจะต้องมีสภาพอายุที่ใกล้เคียงกับอายุของเราที่เป็นเจ้าของร่างกายเป็นแน่

     แต่จากการวิจัยที่พบมากขึ้นเรื่อยๆได้บอกว่า จริงๆแล้วร่างกายเรา อวัยวะแต่ละส่วนล้วนมีการสร้างเซลล์ใหม่เป็นระยะๆ เพื่อทดแทนซ่อมแซมอยู่เสมอ มีเพียงบางอย่างเท่านั้นที่ไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่ เรียกว่าอายุจริงเท่าไหร่ อวัยวะชิ้นนั้นก็แก่เท่าๆกัน

22 09 2561 002

     “สมอง” อายุเท่าอายุเจ้าของ

     เมื่อเราเกิดมาโง่หรือฉลาดแค่ไหน ตั้งแต่เกิดเซลล์สมองมีแค่ไหนก็จะมีอายุเท่ากับอายุของคนนั้น จอห์น วาดลี่ย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเส้นประสาทสมอง มหาวิทยาลัยลอนดอน บอกว่า เซลล์ที่พบว่ามีอายุยืนยาวนานในร่างกายเราส่วนมากเป็นเซลล์สมอง

     เราเกิดมาพร้อมกับเซลล์สมองประมาณแสนล้านเซลล์ (เยอะใช่ใหมละ) และเมื่อแก่หรืออายุมากขึ้นก็มีเท่าเดิม ไม่มีการสร้างขึ้นมาใหม่ และที่น่าตกใจ เซลล์เหล่านี้นอกจากไม่มีใหม่แล้ว ของเก่าก็ค่อยๆหมดไปอีกด้วย ฉะนั้น การบาดเจ็บที่สมองทำไมจึงเป็นเรื่องที่อันตรายต่อชีวิตมนุษย์มาก

     แต่ก็มีบางส่วนของเซลล์สมองที่มีการพัฒนา คือเซลล์ที่มีส่วนสัมพันธ์กับการได้รับกลิ่นและสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้

     ตัวอย่าง อาหาร พืช สมุนไพร บำรุงสมอง

     แปะก๊วย พืชสมุนไพรที่ใช้ในการรักษา โรคสมองเสื่อม อาการหลง ๆ ลืม ๆ รวมถึงโรคซึมเศร้า จึงนิยมแนะนำให้ใช้เพื่อปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิตในสมอง เพราะเมื่อสมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ย่อมเสื่อมสมรรถภาพและฝ่อไปในที่สุด ส่งผลต่อการทำงานและประสิทธิภาพของสมอง และยังมีการสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ บำรุงสมอง อีกด้วย
     ใบบัวบก นอกจากใบบัวบกจะช่วยแก้ช้ำในแล้ว คนจีนถือว่าใบบัวบกมีฤทธิ์เย็นมาก สามารถขับพิษร้อนและการอักเสบทั้งหลายได้ มีฤทธิ์กล่อมประสาท บำรุงสมอง ช่วยเรื่องความจำ เคยมีเรื่องเล่าขานว่าแพทย์จีนโบราณท่านหนึ่งมีอายุยืนยาวถึง 200 ปี เพราะกินสมุนไพรชนิดนี้เป็นประจำ ใบบัวบกจึงได้ สมญานามว่า สุดยอดยาแห่งชีวิต
     ปลา จริงอย่างที่หลายคนทราบว่ากินปลาแล้วฉลาด โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น ปลาพวกนี้เป็นอาหารที่ประโยชน์ต่อสมองมาก แถมยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ได้ดีอีกด้วย
     ไข่ อาหารที่หาทานได้ง่าย ๆ อย่างไข่อุดมไปด้วยโปรตีน แถมยังมีสารโคลีนซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาการทำงานของสมอง ช่วยในเรื่องความทรงจำภายในระบบสมอง แถมยังเสริมสร้างและซ่อมแซมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย
     กระเทียม ทำให้เราอารมณ์ดี ลดความเครียด ชะลอความเสื่อมของเซลล์ประสาท ช่วยให้ความจำดี

22 09 2561 003

     “เส้นผม” อายุ 3-6 ปี

     คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า อายุเส้นผมของผู้หญิงผู้ชายไม่เท่ากัน ผมของผู้หญิงมีอายุเฉลี่ยอยู่ได้ถึง 6 ปี แต่ผู้ชายเพียงแค่ 3 ปี ส่วนขนตาและขนคิ้วจะงอกใหม่ทุก 6-8 สัปดาห์ (ขอเตือนคนที่ชอบถอนขนคิ้วหรือกันคิ้ว จะทำให้มันไม่งอกออกมาเพราะว่าถูกรบกวน)

     เส้นผมที่ยาวหรือสั้นแสดงถึงอายุของผมเส้นนั้นเช่นกัน ค่าเฉลี่ยความยาวของผมเดือนหนึ่งจะยาวประมาณหนึ่งเซนติเมตร

     สำหรับเส้นผมนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง อวัยวะของคนเราที่ต้องการให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ การบำรุง ดูแลรักษาก็เลยเป็นสิ่งที่จำเป็น การรับประทานอาหารที่มีผลกระทบก็เป็นสิ่งที่ควรเลี่ยงเช่นกัน

22 09 2561 004

     “ดวงตา” อายุเท่าเจ้าของ

     ดวงตานับว่าเป็นอวัยวะอีกไม่กี่อย่างที่มีอายุยาวนานเท่ากับเจ้าของร่างกาย แต่ก็มีแค่ส่วนเดียวที่จะมีการสร้างใหม่อยู่สม่ำเสมอ คือบริเวณด้านนอกของเลนส์ตา ที่เรียกว่าคอร์เนีย มีลักษณะเป็นฟิล์มบางๆที่อยู่ชั้นบนสุดของนัยน์ตา ซึ่งมันเป็นตัวช่วยให้การโฟกัสภาพเป็นไปอย่างปกติ และสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ภายใน 24 ชั่วโมง

     แต่ความเสื่อมของตาก็จะมีปัญหาเมื่ออายุมากขึ้น เพราะว่าความยืดหยุ่นของเลนส์ในตาทำให้เรามองเห็นไม่ชัดมากขึ้น

     ปัญหาตาพร่า ตาแห้ง ประสาทตาเสื่อมกลายเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไปของคนสมัยนี้เสียแล้ว! ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา ทุกคนก็มีอาการ ติดหน้าจอกันรัวๆ มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ไปไหนต้องพกไปทุกที่ แน่นอนว่าน้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม มีเคล็ดลับการดูแล บำรุง สายตามาฝากคุณผู้อ่าน
     "วิตามินเอ" เป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน แหล่งอาหารที่พบได้โดยธรรมชาติคือ น้ำมันตับปลา แครอท ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม ฟักทอง แคนตาลูป แตงกวา ผักกาดขาว เป็นต้น
     "ลูทีน ( Lutein )" เป็นแคโรทีนอยด์สีเหลืองชนิดหนึ่ง มีส่วนในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตาได้ดี เหมาะกับคนที่ใช้สายตาหนักๆ เช่น สาวออฟฟิศที่ต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หรือผู้ทีต้องทำงานกลางแดดจ้า หรือคนที่ทำงานที่ต้องเจอแสงแฟลชกระทบนัยน์ตาบ่อยๆ

22 09 2561 005

     เซลล์ “เม็ดเลือดแดง” มีอายุ 4 เดือน

     เซลล์เม็ดเลือดแดง เป็นตัวสำคัญในการพาเอาออกซิเจนเข้าไปสู่ทุกๆเนื้อเยื่อทุกๆอวัยวะในร่างกายของเรา พร้อมกับขนของเสียออกจากเซลล์ด้วย

     เซลล์เม็ดเลือดแดงจะหมดสภาพ หมดประสิทธิภาพทุกๆ 4 เดือน ซึ่งตับจะดึงเอาเฉพาะธาตุเหล็กที่อยู่ในเม็ดเลือดเก็บไว้ แล้วส่งต่อเพื่อให้เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ยังดีอยู่ได้ใช้

     ส่วนที่ใช้การไม่ได้ก็ส่งไปทำลายทิ้งที่ม้าม แต่ถ้าเราประสบอุบัติเหตุหรือสุภาพสตรีที่อยู่ในช่วงมีรอบเดือน ร่างกายก็จะเร่งสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่ม

22 09 2561 006

     อวัยวะ “หัวใจ” มีอายุ 20 ปี

     แต่เดิมเราเข้าใจว่าหัวใจไม่ได้มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ แต่การศึกษาที่มีมาต่อเนื่องจากมหาวิทยาลัยแพทย์นิวยอร์ก พบว่าเซลล์ในกล้ามเนื้อหัวใจจะมีการสร้างใหม่ขึ้นมาทดแทนของเก่าอยู่ประมาณ 3-4 ครั้งในตลอดช่วงอายุของแต่ละคน เฉลี่ยออกมาก็อาจพูดได้ว่าเรามีหัวใจใหม่ทุกๆ 20 ปี

22 09 2561 007

     “ปอด” ที่หายใจ มีอายุ 2-3 สัปดาห์

     ดร.คีท เพราส์ รองประธานสถาบันปอดแห่งสหราชอาณาจักร บอกว่า ปอดคนเราจะสามารถสร้างเซลล์ใหม่ให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา

     เซลล์แต่ละส่วนที่มีการทำงานไม่เหมือนกัน จะมีการเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ในส่วนเซลล์ของถุงลมปอดที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนระหว่างออกซิเจนกับแก๊สตัวอื่น เซลล์ส่วนนี้จะมีการสร้างใหม่ประมาณปีละครั้ง

     ส่วนเซลล์ที่เป็นด่านหน้าด้านนอกของปอดนั้นจะมีการเปลี่ยนใหม่ทุกๆสองสามสัปดาห์ ที่เป็นเช่นนี้ ดร.เพราส์ บอกว่าด้านนอกของเนื้อเยื่อปอดถือเป็นส่วนสำคัญในการเจอกับสารแปลกปลอมจากอากาศ ตัวมันเองจึงต้องมีการเปลี่ยนใหม่สร้างเพิ่มอย่างรวดเร็ว

     คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับปอดจะทำให้ขัดขวางการสร้างเซลล์ใหม่ด้านนอก แถมไปทำลายเซลล์ในถุงลมปอดข้างในอีกด้วย

22 09 2561 008

     “ตับ” อายุ 5 เดือน

     ตับถือเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่ขับของเสีย ถือเป็นโรงงานกำจัดสารพิษชั้นยอดของมนุษย์ แต่ละวันมีเลือดผ่านตับเป็นจำนวนมหาศาล และตัวตับเองสามารถซ่อมตัวเองสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ได้

     ลองดูจากพวกนักดื่มคอทองแดงที่ดื่มเหล้าเป็นน้ำ สภาพตับถูกทำลายไปมาก แต่เมื่อมีการลดลงหรือหยุดดื่ม ตับของพวกเขาก็สามารถฟื้นฟูกลับมาดีได้ภายใน 150 วัน หรือราว ๆ 5 เดือน

     เดวิด ลอยด์ ที่ปรึกษาด้านการศัลยกรรมตับ บอกว่า เขาสามารถผ่าตัดเอาเนื้อตับคนไข้ออกมา70% แต่ภายในสองเดือนเนื้อตับสามารถกลับมาได้ถึง 90%

     แต่ก็ไม่ใช่ข่าวดีของพวกดื่มเหล้า เพราะแม้ตับสามารถฟื้นฟูสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาได้ใหม่ แต่เซลล์ตับที่เสียหายไปจะเหมือนเป็นรอยแผลเป็นทำให้การฟื้นฟูกลับมาได้ยากลำบาก และอาจไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แถมอาจเป็นอันตรายต่อไปในภายภาคหน้า

22 09 2561 009

     “ลำไส้” กี่ขดก็อายุราว 2-3 วัน

     หลังจากที่เรากินอาหารเข้าไป ฟันบดเคี้ยวอาหารให้ฉีกขาด กระเพาะอาหารใส่น้ำย่อยลงไปคลุกเคล้าอาหารให้ละเอียดเหลว แล้วจึงส่งผ่านไปยังลำไส้เล็กให้ดูดซึมอาหารเข้าสู่ร่างกาย

     ลำไส้ดูดซึมอาหารด้วยการใช้ วิลไล(Villi) เส้นขนเล็กๆ ที่มีอยู่ตลอดตามผนังลำไส้ ดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด วิลไลเป็นตัวหลักในการจับสารอาหารที่ผ่านเข้ามา ตัวมันต้องเจอกับน้ำย่อยที่ย่อยอาหาร มันทำงานหนัก จึงต้องมีการสร้างใหม่อยู่ทุก ๆ 2-3 วัน

     ภายในลำไส้ยังมีเมือกเคลือบลำไส้ เพื่อให้การไหลเวียนของสารอาหารเป็นไปอย่างสมบูรณ์ เมือกลื่นเหล่านี้ก็หนีไม่พ้นกรดอันรุนแรงของน้ำย่อยในร่างกาย มันทำหน้าที่ป้องกันลำไส้ ตัวมันเองจึงต้องสร้างใหม่ทุกๆ 3-5 วัน

22 09 2561 010

     “ลิ้น” ตุ่มรับรส อายุ 10 วัน

     อาหารอร่อยไม่อร่อยก็อยู่ที่เจ้าตุ่มในลิ้นรับรสที่ส่งข้อมูลไปให้สมอง ว่าสิ่งที่ใส่เข้าไปในปากรสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มอย่างไร เพราะเจ้าตุ่มพวกนี้มีมากกว่า 9,000 ตุ่มที่อยู่ติดลิ้นของเรา คอยรับรสต่างๆ

     สิ่งที่ต้องระมัดระวังให้มากคือ ตุ่มรับรสพวกนี้จะอักเสบได้ง่าย คนที่ชอบสูบบุหรี่ การติดเชื้อจะทำลายตุ่มรับรสเหล่านี้ และทำให้การสร้างใหม่มาทดแทนทำได้ยากขึ้น หรือทำให้ลิ้นเรามีการรับรสที่ไม่ดี กินไม่อร่อย

22 09 2561 011

     “กระดูก” แข็งไม่แข็ง อายุเฉลี่ย 10 ปี

     ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกออกมาอธิบายว่า ปกติกระดูกในร่างกายเราจะมีการสร้างทดแทนอยู่เสมอ กระบวนการสร้างทดแทนตัวเองนี้จะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์จะใช้เวลาประมาณ 10 ปี

     เนื้อกระดูกเก่าในร่างกายจะมีการสูญเสียไปเป็นระยะ แต่ร่างกายก็สามารถสร้างกลับมาทดแทนได้ดีเหมือนเก่า ในร่างกายเราจะมีกระดูกใหม่กับกระดูกเก่าประกอบอยู่ด้วยกันเสมอ

     แต่เมื่อถึงวัยกลางคน การสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาทดแทนจะทำไม่ทันเท่ากับความเสื่อมของกระดูกเก่า เนื้อกระดูกเราก็จะบางลง และเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุน ที่ชาววัยทองเป็นกันแทบทุกคน

22 09 2561 012

     “ผิวหนัง” ไม่ว่าดำหรือขาว อายุเฉลี่ย 2-4 สัปดาห์

     ผิวชั้นนอกหรือที่เรียกว่าอิพิเดอร์มิส เป็นส่วนที่ปกป้องอวัยวะภายในร่างกายของเรา ซึ่งต้องเจอกับแสงแดด แสงยูวีที่ทำลายผิว มลภาวะที่แย่ลงทุกวัน ผิวชั้นนอกจึงต้องมีการสร้างใหม่ทดแทนอยู่ทุก ๆ 2- 4 สัปดาห์ แต่การที่ผิวสร้างใหม่ไม่ได้ทำให้ผิวเราสดใสหรือเต่งตึงตลอดไป เพราะร่างกายเราเมื่อมีอายุมากขึ้น จะสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ขาดความยืดหยุ่นที่ดี และขาดอีลาสตินทำให้ผิวเหี่ยวย่นเมื่อแก่

22 09 2561 013

     “เล็บ” มีอายุ 6-10 สัปดาห์

     เล็บเท้าเล็บมืองอกช้าเร็วไม่เท่ากัน ค่าเฉลี่ยความยาวของเล็บมือ เดือนละ 3.4 มิลลิเมตร เร็วกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับเล็บเท้า ไม่น่าแปลกใจเมื่อเราตัดเล็บอยู่บ่อยๆ เพราะเล็บมือต้องตัดบ่อยกว่าเป็นประจำ

     ใครหลายคนคงเคยได้มีประสบการณ์อุบัติเหตุนิ้วเท้านิ้วมือช้ำจนต้องถอดเล็บหรือว่าเล็บหลุด ค่าเฉลี่ยที่เล็บเท้าที่หลุดจะงอกออกมาปิดนิ้วเท้าได้เหมือนเดิม ต้องใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ส่วนนิ้วมือถ้าเล็บหลุดก็ต้องใช้เวลา 6 เดือน

     สาเหตุที่การงอกยาวของเล็บมือเล็บเท้าช้าเร็วไม่เท่ากัน เป็นเพราะว่าการไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้นแตกต่างกัน การไหลเวียนที่ดีของเลือดทำให้เล็บงอกได้เร็ว

     คนหนุ่มสาวหรือเด็กเล็ก เล็บก็จะยาวเร็วกว่าคนสูงอายุ เพราะสาเหตุของการไหลเวียนของเลือดมาสู่บริเวณนั้น

     แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่า ทำไมเล็บนิ้วมือที่ยาวกว่างอกได้เร็วกว่าเล็บนิ้วเท้าที่เล็กหรือสั้นกว่า

22 09 2561 014

     อะไรที่เป็นตัวเรา เราคิดว่ามันจะอยู่กับเราไปตลอด ทุกๆวันมันมีการเสื่อม มีการสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลา อย่าได้ละเลยกับการดูแลร่างกายให้ดี เพราะถ้าของเก่าก็ไม่ดูแล ของใหม่ที่สร้างก็ไม่มีคุณภาพเท่าเก่า อายุจริงกับอายุเครื่องใน ถึงแม้อวัยวะต่างๆภายในร่างกายจะมีอายุ แต่ตัวเราเองสามารถที่จะชะลอได้ หากทำอย่างถูกวิธี น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม ขอฝากบทความดีๆ นี้เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคุณผู้อ่านทุกท่าน และขอบคุณมากๆ หากช่วยกันแชร์เพื่อเป็นประโยชน์กับบุคคลทั่วไป

มังคุด ราชินีแห่งยารักษาโรค

12 09 2561 003

     ผลไม้อีกหนึ่งอย่าง ที่สามารถปลูกได้ในประเทศไทย และก็มีสรรพคุณที่หลากหลาย จน น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม ต้องนำข้อมูลมาเผยแพร่ สำหรับผลไม้ชนิดนี้ หลายๆท่านคงจะคุ้นเคยกัน นั่นก็คือ มังคุด (Mangosteen)

     "มังคุด" นั้นได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" แต่สำหรับเราขอมอบอีกหนึ่งตำแหน่งให้แก่ผลไม้ชนิดนี้ นั่นคือ "ราชินีแห่งยารักษาโรค" เพราะมังคุดไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่ภายนอกมีลักษณะโดดเด่น และเนื้อภายในมีรสชาติที่หวานอร่อยเท่านั้น แต่มันยังมีสรรพคุณทางยาและมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเราอีกมาก จนเราต้องนำสรรพคุณ และประโยชน์ของมังคุดมาเล่าสู่กันฟัง
ที่มา และ ลักษณะของมังคุด
     มังคุดเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากในเอเชีย โดยเชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดที่หมู่เกาะโมลุกกะและหมู่เกาะซุนดา แล้วจึงแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น ในประเทศไทยนั้นมังคุดก็รับความนิยมอย่างมากจนได้รับการขนานนามว่า ราชินีแห่งผลไม้ เลยทีเดียว มังคุดเป็นผลไม้ที่มีสีสันและรูปลักษณ์สวยงาม นอกจากเนื้อจะมีรสชาติอร่อยแล้วเปลือกมังคุดยังมีสรรพคุณทางยามากมายเช่นกัน

     ลำต้น มังคุดเป็นต้นไม้ไม่ผลัดใบในเขตร้อน เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10-12 เมตร ลำต้นมีลักษณะกลม เปลือกสีดำ มีกิ่งก้านแตกออกมาตั้งแต่ระดับล่างๆ ของต้น ทรงต้นเป็นพุ่มหนาทึบรูปกรวย รากค่อนข้างลึกมีทั้งรากแก้วและรากแขนง เนื่องจากรากสามารถไปได้ลึก ดังนั้นเมื่อโตเต็มที่แล้วมังคุดสามารถทนสภาพต่อความแห้งแล้งได้ดี

     ใบ ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว วงรีรูปไข่ เนื้อใบค่อนข้างหนา ผิวใบสีเขียวเข้ม หรือเขียวอมเหลืองเรียบเป็นมัน ท้องใบสีอ่อนกว่า ใบเหนียวและหนาคล้ายหนังสัตว์ มียางสีเหลือง ไม่ผลัดใบ ใบดกและเขียวตลอดทั้งปี

     ดอก ดอกมีทั้งออกเป็นดอกเดี่ยวและดอกคู่ กลีบดอกสีแดงฉ่ำ กลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่จนเป็นผล ออกตามซอกใบใกล้ๆ ปลายกิ่ง ซึ่งจะออกดอกเมื่อมีมังคุดอายุได้ประมาณ 2 ปีขึ้น

     ผล ผลค่อนข้างกลม เปลือกด้านนอกแข็ง ด้านในอ่อนนุ่มสีม่วงชมพู ผลอ่อนสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จัดจะมีสีม่วงแดง ยางมีสีเหลือง ลูกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-6 เซนติเมตร เนื้อมีสีขาว กลิ่นหอมหวาน ฉ่ำน้ำ

     เมล็ด ในมังคุดหนึ่งผลอาจจะมีเมล็ดหรือไม่มีก็ได้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุ

พันธุ์ของมังคุดที่นิยมปลูก
     มังคุดมีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้น เนื่องจากเกสรตัวผู้จากดอกเป็นหมัน จึงไม่มีการผสมพันธุ์ระหว่างเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย มังคุดจึงไม่มีการพัฒนาสายพันธุ์ที่แตกต่าง ส่วนการติดของผลมังคุดเกิดจากการพัฒนาจากฐานดอกจนกลายเป็นผล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมังคุดอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามสภาพแวดล้อมที่ปลูก

     สรรพคุณมังคุด...ประโยชน์ด้านความงาม
     หากพูดถึงเรื่องความงาม มังคุด ต้องเป็นผลไม้ที่ถูกนำมากล่าวถึงในหัวข้อนี้ด้วยแน่นอน เพราะเราทราบกันดีว่ามังคุดมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของผิวและคอลลาเจน ส่วนสารสกัดจากเปลือกมังคุดก็มีประสิทธิภาพช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยให้สิวอุดตันบนใบหน้าลดลง และทำลายเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปพร้อมกับกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนอีกด้วย

     วิตามินในมังคุด...กับสาร แซนโทน สรรพคุณต้านมะเร็ง
     ส่วนสารอาหารสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายก็มีมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 บี 9 และบี 12 หรือแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม แมงกานีส เหล็ก โพแทสเซียม ฯลฯ แล้วยังมีสารสำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ สารแซนโทน (Xanthone) ซึ่งมีอยู่ในเปลือก ผล และเมล็ดของมังคุด พบว่ามีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ บรรเทาอาการอักเสบ ลดความดันโลหิต ต่อต้านโรคมะเร็ง และแก้แพ้ต่างๆ

     สารสกัดจากเปลือกมังคุดมีผลต่อการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดทีเอส1 และชนิดทีเอส17 ซึ่งสามารถช่วยกำจัดและป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด และจากงานวิจัยของ ศ.พญสุมิตรา ทองประเสริฐ อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดโดยให้รับประทานน้ำมังคุดสกัดร่วมกับอาหารธรรมชาติพบว่า ผู้บางรายเริ่มทานข้าวได้ อาการเจ็บปวดจากโรคบรรเทาลง ส่วนบางรายสามารถกลับบ้านไปทำงานได้ โดยรวมแล้วคุณภาพชีวิตดีขึ้น แม้ไม่หายจากโรคมะเร็งแต่ภูมิคุ้มกันดีขึ้น

     นอกจากนี้สารสกัดจากมังคุดสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งไม่ใช่การรักษาหรือป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี แต่เป็นเพียงการทำให้เชื้อไม่สามารถลุกลามต่อไปได้เท่านั้น ทว่าก็ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้ดีขึ้น ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลย...หากมังคุดจะได้รับความสนใจจากการแพทย์แผนไทยและโบราณในด้านสรรพคุณทางยา

     ประโยชน์ สรรพคุณของมังคุด
15 สรรพคุณของมังคุด ประโยชน์เพื่อการรักษาโรค
     1 มังคุดมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิต ทราบหรือไม่ว่าการกินมังคุดเป็นประจำจะทำให้อารมณ์ดี จิตใจดี ช่วยลดความเครียด และป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

     2 มังคุดมีสรรพคุณเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ปรับระบบภูมิคุ้มกันให้สมดุล จึงช่วยลดโอกาสจะเกิดโรคต่างๆ ได้น้อยลง เช่น ลดอาการของโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด การอักเสบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตับเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม โรคพาร์กินสัน ไทรอยด์เป็นพิษ ฯลฯ

     3 มังคุดมีสรรพคุณลดคอเลสเตอรอล การกินมังคุดสุกช่วยลดคอเลสเตอรอลและลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด รวมทั้งช่วยขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงจะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเกี่ยวกับทางเดินหัวใจ

     4 มังคุดมีสรรพคุณในการจับอนุมูลอิสระได้ดีกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส แข็งแรง

     5 ในเนื้อมังคุดสุกมีกากใยอาหารที่สูง หากได้กินเป็นประจำจะทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ช่วยย่อยอาหารและท้องไม่ผูก

     6 ประโยชน์ของมังคุดช่วยแก้ท้องเสีย หากมีอาการท้องเสีย ท้องร่วงเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นมูกเลือด มังคุดสามารถช่วยรักษาได้นะ ด้วยการนำเปลือกมังคุดตากแห้งประมาณ 1 ลูก มาต้มกับน้ำปูนใสใช้ดื่มแต่น้ำ

     7 มังคุดมีสรรพคุณรักษาสิว สารสกัดจากเปลือกมังคุดยังมีคุณสมบัติในการรักษาสิว ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุการเกิดสิว และลดการอักเสบได้ดีด้วย

     8 ประโยชน์ของมังคุดในการลดน้ำหนัก ในทางการแพทย์ได้ยืนยันว่า กินมังคุดแล้วไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นแน่นอน แม้ว่ามังคุดมีรสชาติหวาน แต่ก็มีแคลอรีน้อยและพลังงานต่ำ จึงเป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก

     9 มังคุดมีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านหากนำเปลือกมังคุดแห้งมาต้มน้ำอาบหรือผสมปูนใช้ทาแก้โรคผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน เชื้อรา ผดผื่นคัน ฯลฯ

    10 มังคุดมีสรรพคุณรักษาและสมานแผลในช่องปาก หากเกิดอาการปากแตกก็ช่วยให้หายเร็วขึ้น ลดกลิ่นปาก บำรุงสุขภาพภายในช่องปากและเหงือกให้แข็งแรง และเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงด้วย

    11 มังคุดมีสรรพคุณลดและควบคุมระดับน้ำตาลได้ ซึ่งส่งผลช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน

    12 ประโยชน์ของมังคุดในด้านสายตา หากใครที่มีปัญหาเรื่องสายตา หรือกลัวว่าจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับสายตา กินมังคุดเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้

    13 ประโยชน์ของมังคุด ป้องกันการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งชนิดต่างๆ ในร่างกายได้ดี โดยจากการวิจัยพบว่า สารสกัดจากมังคุดทั้งลูกช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดที่มีฤทธิ์กำจัดและป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งได้เกือบทุกชนิด

    14 มังคุดมีสรรพคุณยับยั้งเชื้อ HIV คุณสมบัติทางการแพทย์ที่สำคัญของสารสกัดจากมังคุดอีกข้อคือ ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสเอชไอวีบางตัวได้ (แต่ไม่ได้ป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี) โดยสารแซนโทนนั้นมีฤทธิ์ช่วยต้านและยับยั้งการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ และเชื้อไวรัสต่างๆ อย่างเชื้อเอชไอวี หรือเชื้อวัณโรค

    15 ประโยชน์จากเมล็ดของมังคุด ส่วนของเมล็ดมังคุดนั้นมีรสฝาดจึงทำให้ไม่มีใครกินมัน และอาจคิดว่ามันกินไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วเรากินได้นะ แถมยังมีประโยชน์เพราะมีกรดไลโนเลอิกซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่มีความต้องการและจะได้รับจากอาหารเท่านั้น

     ดูแลสุขภาพด้วย เปลือกมังคุดตากแห้ง

  1. รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน ผดผื่นคันต่างๆ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น นำเปลือกมังคุดตากแห้งแล้วมาต้มกับน้ำใช้อาบ หรือทาในบริเวณที่เป็น และนำเปลือกที่แห้งแล้วมาบดเป็นผงผสมในสีผึ้งเพื่อทาก็ได้เช่นกัน
  2. นำเปลือกแห้งมาฝนกับน้ำปูนใส ใช้ทาเพื่อรักษาอาการน้ำกัดเท้า และรักษาแผลเปื่อย เนื่องจากเปลือกมังคุคนั้นมีฤทธิ์ฝาดช่วยสมานแผลและลดอาการอักเสบของผิวหนัง
  3. น้ำต้มจากเปลือกมังคุด สามารถเป็นยาบรรเทาอาการท้องเสีย ท้องร่วงเรื้อรัง และโรคบิด

     ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมังคุด
     อาหาร มังคุดนอกจากทานสดๆ แล้ว ยังนำมาแปรรูปได้หลากหลายเช่น มังคุดกวน แยมมังคุด ลูกอมมังคุด มังคุดแช่อิ่ม เป็นต้น

     ยาสมุนไพร เนื่องจากเปลือกมังคุดมีสรรพคุณทางยาหลากหลาย จึงมีการนำไปใช้ดูแลสุขภาพ ป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เช่น นำเปลือกมาตากแห้งเพื่อนำมารักษาโรคผิวหนัง โรคน้ำกัดน้ำ ผดผื่นคันต่างๆ หรือนำมาต้มดื่มสำหรับรักษาอาการท้องร่วง ท้องเดิน เป็นต้น

     ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิว เปลือกมังคุดมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ยับยั้งแบคทีเรียต่างๆ จึงมีนำสารสกัดจากเปลือกมังคุดมาเป็นส่วนผสมในสบู่รักษาสิว ซึ่งนอกจากจะมีคุณสมบัติในการรักษาสิวแล้ว ยังสามารถระงับกลิ่นตัวรักษาโรคผิวหนังอย่างอื่นได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสารจีเอ็ม-1 ในมังคุด ช่วยบำรุงผิวและบรรเทาอาการแพ้ จึงมีการนำใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางต่างๆ

     ทีนี้ก็คงหมดข้อกังขากันแล้วนะสำหรับตำแหน่งราชินีแห่งยารักษาโรคที่เราได้มอบให้แก่มังคุด ซึ่งดูจากประโยชน์ของมังคุด และสรรพคุณทางยาต่างๆ ที่มังคุดสามารถจัดการเหล่าโรคได้สารพัด แต่ว่าอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี เพราะหากกินมังคุดมากจนเกินพอดีอาจเปลี่ยนเป็นโทษได้...โดยการกินมังคุดเป็นประจำเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ไม่ควรเกินวันละ 5 ลูก แล้วสุภาพก็จะดีขึ้นสมใจ

 

อ้างอิง :

  1. เว็บไซต์ สุขภาพดี
  2. ้ว็บไซต์ประโยชน์ของมังคุด
  3. เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์จากมังคุด

ประโยชน์และสรรพคุณของเพชรสังฆาต

article 3 09 2560 001

     วันนี้ผมมีสมุนไพรอีกตัวหนึ่งมาแนะนำ เชื่อในบ้านท่านอาจจะมีสมุนไพรตัวนี้ก็ได้ครับ แต่เราไม่รู้มันมีประโยชน์และสรรพคุณอะไรบ้างสมุนไพรที่ว่านี้ก็คือเพชรสังฆาต ชื่อนี้ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่แต่ก็เคยเห็นผ่านตามาบ้าง สามวันก่อนผมได้ไปฟังการอบรมเรื่องสมุนไพรซึ่งทางสำนักงานเกษตรได้มาอบรมในหมู่บ้าน ใช้เวลาอบรมอยู่ 2 วันด้วยกันดังนั้นผมจึงได้นำข้อมูลดีที่ได้มาเขียนบทความ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน มาดูเลยเลยครับ
     เพชรสังฆาต มีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน บางจังหวัดก็เรียกอีกอย่างอย่างเช่น คนกรุงเทพเรียก สันชะคด ทางราชบุรีเรียกขั่นข้อ ทางประจวบคีรีขันธ์ เรียกอีกอย่างว่า สามร้อยต่อ เป็นต้นครับ
ลักษณะของเพชรสังฆาต

  1. มีลำต้นเป็นไม้เถา โดยเถาอ่อนจะมีสีเขียวเป็นสี่เหลี่ยมเป็นข้อๆต่อกันคล้ายกับแก้วมังกร
  2. ใบเป็นใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยม มีสีเขียวเรียบเป็นมันโดยออกเรียงลำดับตามข้อต้นตรงโคนใบจะเว้าปลายใบจะมนและมีขอบใบเป็นหยักๆมีก้านยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร
  3. ดอกเพชรสังฆาตจะเป็นสีเขียวอ่อนๆโดยจะออกดอกตามช่อตรงข้ามกับใบ มีกลีบดอก 4 กลีบมีโคนด้านนอกเป็นสีแดงด้านในจะเป็นสีเขียวอ่อน หากดอกบานเต็มที่จะงอลงไปด้านล่าง ในดอกจะมีเกสรตัวผู้ 4 อัน
  4. ผลของเพชรสังฆาต ผลจะเป็นรูปทรงกลมมีผิวเรียบเป็นมัน เมื่อผลอ่อนจะเป็นสีเขียวพอสุกจะเป็นสีแดง ในผลจะมีเมล็ดเป็นสีน้ำตาล

ประโยชน์และสรรคุณของเพชรสังฆาต

  1. ใช้รักษาริดสีดวง
  2. ใบและรากใช้พอกกระดูก
  3. สำหรับเถาใช้แก้กระดูกหักกระดูกช้น
  4. สำหรับสุภาพสตรีเถาและน้ำค้นจากลำต้นสามารถแก้อาการประจำเดือนไม่มา
  5. เถาใช้สำหรับขับลมในลำไส้
  6. ใบยอดอ่อนใช้สำหรับรักษาโรคกระเพาะอาหาร
  7. เถาน้ำคั้นจากต้นนำมาดื่มแก้โรคเลือดออกตามไรฟันหรือดรคลักปิดลักเปิด
  8. ลำต้นใช้ขับน้ำเหลืองเสีย
  9. น้ำจากต้นใช้หยอดจมูกแก้เลือดเสียในสตรี
  10. น้ำจากลำต้นใช้หยอดหูแก้น้ำหนวกไหล
  11. ใช้น้ำจากต้นเป็นยาธาตุช่วยให้เจริญอาหาร

วิธีการใช้
     ใช้เถาสดๆประมาณสองสามนิ้วต่อหนึ่งมื้ออาหารโดยสอดไส้ยัดเข้าไปในกล้วยสุก หรือมะขามเปียก ใบผักกาดดองก็ได้แล้วกลืนลงไปเลยครับ ไม่ต้องเคี้ยวเพราะเพชรสังฆาตมีผลึกรูปเข็มเป็นจำนวนมากหากเรากินสดๆจะทำให้คันปากและจะระคายต่อเยื่อบุปากลำคอได้ ให้กินติดต่อกันเป็นเวลา 15 วันโรคที่เป็นอยู่ก็จะดีขึ้นครับ หรือใช้เถาแห้งมาบดเป็นผงใส่แคปซูลเบอร์2 ขนาด 250 มิลลิกรัม โดยทานวันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร ครั้งละ 2 แคปซูล ภายใน 1 สัปดาห์ก็จะเห็นผล
     ทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์สรรพคุณของเพชรสังฆาตมากมาย แต่เราไม่สามารถทานสดๆได้จะทำให้คันปากดังนั้นก่อนจะทานต้องศึกษาให้ดีก่อน

ผักกาดน้ำหรือหญ้าเอ็นยืดมีสรรพคุณอย่างไร

article 3 09 2560 002

     ผักกาดน้ำเป็นสมุนไพรที่ชอบขึ้นที่เย็นที่มีดินทรายส่วนมากจบตามหน้าบ้านหรือหลังบ้าน มีชื่อเรียกไม่เหมือนกันตามท้องถิ่น สำหรับทางเหนือบ้านผมเรียกว่า หญ้าเอ็นยืด ทางกรุงเทพเรียก หมอน้อย วันนี้ผมได้นำสรรพของหญ้าเอ็นยืดมาฝากครับตามมาดูกันได้เลยครับ
ลักษณะของหญ้าเอ็นยืดหรือผักกาดน้ำ

  1. ลำต้นเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่มีเนื้ออ่อน ซึ่งมีอายุหลายปี ลำต้นจะมีความสูงประมาณ 30-120 เซนติเมตร โดยโคนต้นจะอยู่ติดดิน มีรากสั้นแตกแขนงเป็นฝอยสมุนไพรชนิดนี้ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดเป็นพรรณกลางแจ้ง พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ตามทุ่งหญ้าที่โล่งเย็น
  2. ใบผักกาดน้ำส่วนมากจะแทงมาจากใต้ดินคล้ายกับใบผักกาด มีก้านที่ยาวกว่าเท่ากับแผ่นใบเรียงสลับกันโดยโคนของลำต้นจะมีใบห่อหุ้มอยู่ แผ่นใบจะคล้ายๆกับใบผักคะน้าเป็นรูปไข่กลับกว้าง12-16 เซนติเมตรยาว20-30 เซนติเมตรมีเส้นที่ใบ 5-7 เส้น ใบมีลักษณะเหมือนสังกะสีช้อนขนาดใหญ่ และใบจะแตกรอบๆบริเวณต้น ตามชื่อเรียกว่าหญ้าเอ็นยืดเมื่อเรานำก้านมาหักดุแล้วค่อยๆดึงออกก็จะเห็นเส้นเอ็นยืดออกมา
  3. ดอกผักกาดน้ำ มีดอกเป็นช่อที่ชูขึ้นมาจากกลางกอโดยก้านช่อจะยาวประมาณ 30 เซนติเมตร สีของดอกจะเป้นสีเขียวอ่อนหรือสีน้ำตาลเป็นดอกย่อยๆเล็กๆ แต่ไม่มีก้านดอก
  4. ผลของผักกาดน้ำเป็นผลที่แห้งๆพบในดอกมีลักษณะกลมๆไม่แน่นอน เป็นผลที่มีขนาดเล็กสีเขียวอมน้ำตาลหรือเป็นสีดำ หากผลสุกแล้วก็จะแตกออกมาข้างในมีเมล็ดจะมีอยู่ 8-15 เมล็ดมีความยาวประมาณ 1 ถึงมิลลิเมตรครึ่ง

สรรพคุณของหญ้าเอ็นยืด

  1. ใช้ต้นปรุงเป็นยาสมุนไพรเข้ากับตัวยาอื่นๆได้ เช่นกล้วยหอมดิบ ว่านกาบหอย รากบัวหลวง เป็นต้น
  2. เอารากมาต้มดื่มเป็นหญ้าแก้กระษัย
  3. ใช้ใบหือลำต้นมาต้มเป็นยาแก้ความดันโลหิตสูง
  4. ช่วยทำให้สายตาดี ตาสว่าง
  5. ใช้ต้นมาต้มแก้ตาแดง
  6. เอาล้ำต้นไปต้มกับน้ำตาลกรวดกินเป็นยาแก้ร้อนใน เจ็บคอ ใช้ต้นเป็นยาแก้หวัด ขับเสมหะ
  7. เออาใบมาต้มกินแก้เลือดกำเดาไหล
  8. ต้นช่วยขับน้ำชื้น
  9. ทั้งต้นช่วยแก้ท้องร่วง ท้องเสีย ลำไส้อักเสบ
  10. เอามาต้มกับผักพลูคาวกินแก้บิดได้
  11. ใช้ขับปัสสาวะ ล้างไต
  12. แก้โรคหนองใน( ลำต้น)
  13. ช่วยขับประจำเดือนของสตรี
  14. แก้ไตอักเสบ ขาบวมน้ำ
  15. ใช้ใบห้ามเลือดจากแผลสดได้
  16. เอาต้นมาตำพอกแผลที่หายยากได้ ใช้รักษาแผลสด แก้อักเสบ ลดการแพ้ได้
  17. ใช้รักษาโรคผิวหนังของเด็กได้ ที่เขาเรียกว่า ผ้าอ้อมกัด
  18. นำใบมาบดใช้รักษาเชื้อราที่เท้า
  19. ใช้ต้นดับฝีได้
  20. ใช้รักษาการอักเสบของเส้นเอ็นได้
  21. นำเอาใบมาบดพอกนวดคลึงอวัยวะเพศชายเพื่อเพิ่มขนาดให้ใหญ่ยาวได้
  22. ใช้รักษากระดูกหักได้ โดยเอาหญ้าถอดป้อง เถาวัลย์ปูน ตะไคร้ บอระเพ็ด มาสผมกันหรือเอาหญ้าเอ็นยืดมาทอดกับน้ำมันมะพร้าว เอามาทาแก้เส้นเอ็นตึงได้

ประโยชน์ของผักกาดน้ำ
     ใช้ใบอ่อนมากินกับน้ำพริกได้ กำจัดพิษออกจากร่างกาย เป็นยาระบาย ครับ
     ทั้งหมดนี้เป็นสรรพคุณของหญ้าเอ็นยืดมากมายแทบรักษาได้ทุกโรคเลย หากใครไปเจอหญ้าเอ็นยืดตามที่ต่างสามารถขุดเอามาปลูกไว้ในบ้านจะดีมากเพื่อง่ายแก่ความต้องการหากเราต้องการใช้ก็สามารถใช้ได้ทันท่วงที โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปพึ่งยาแผนปัจจุบันเพราะว่าในบ้านเรามีสมุนไพรที่ปลูกไว้แล้ว ดังนั้นรีบๆหามาปลูกไว้ในบ้านเถอะครับ

ประโยชน์และสรรพคุณของจิงจูฉ่าย

article 24 06 2560 006

   สำหรับท่านใดที่ชอบทานเกาเหลาหรือก๋วยเตี๋ยวคงจะได้ซิมรสชาติที่อร่อยคุณรู้หรือไม่ว่าพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะนิยมใส่จิงจูฉ่ายลงไปเพื่อเพิ่มความอร่อยทำให้ถูกปากถูกคอลูกค้าที่มาทาน เป็นอีกสมุนไพรหนึ่งที่มาจากประเทศจีนซึ่งชาวจีนนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย คงเป็นเพราะว่าเขานิยมนำมาใส่เกาเหลา บางคนก็ยังไม่รู้จักแต่ก็เคยทานกันมาบ้าง คุณรู้หรือไม่จิงจูฉ่ายเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์และสรรพคุณรักษาโรคได้หลายโรคตามมาดุกันเลยครับ
ข้อมูลทางพฤษศาสตร์
   อาณาจักร Plantae
   อันดับ Ericales
   วงศ์ Myrsinaceae
   สปีซีส์ Lysimachia nemorum
   สกุล Lysimachia L.
   ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Artemisia Iactiflora Wall
   ชื่อสามัญ White mugwort
ลักษณะของจิงจูฉ่าย
     อีกชื่อหนึ่งที่ชาวต่างชาติเรียกว่า เซเลอรี่ วงศ์ Asteraceae โดยมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กๆ เป็นพืชล้มลุก สูงประมาณครึ่งฟุตถึงหนึ่งฟุต ลักษณะของใบเป็นรูปรีมีขอบเป็นแฉกสีเขียว 5 แฉก มีเนื้อเนื้อใบหนาคล้ายๆกับผักคลื่นฉ่ายมีกลิ่นหอมมีรากเหง้าที่ใหญ่ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด มีก้านหนาเหมือนกับใบบัวบก เป็นพิชที่ขึ้นในที่มีแสงแดดสลัวๆ รำไร ชอบอากาศที่เย็น จึงทำให้คนจีนนิยมนำมาปรุงอาหารในหน้าหนาวเพื่อปรับความสมดุลของร่างกาย นำไปปรุงอาหารประเภทเกาเหลา ก๋วยเตี๋ยว ต้มจืด เป็นต้น หรืออาจจะเอาไปใส่ต้มเลือดหมูทำให้ดับกลิ่นคาวได้ดี ชาวจืนจึงนิยมเป็นส่วนมาก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ยาเย็น
สรรพคุณและประโยชน์

  1. ปรับความสมดุล ขับลมภายในร่างกาย
  2. สามารถรักษาโรคมะเร็งได้
  3. ป้องกันโรคไต
  4. บำรุงเลือด

วิธีรับประทาน
     นำไปต้มกินก็ได้หรืออาจจะกินสดๆก็ได้ นำใบจิงจูฉ่ายประมาณ 1 กำมือเอาไปปั่นหรือตำคั้นเอาน้ำออกมารับประทาน 2 เวลา เช้า-เย็น ต่อวัน โดยให้ทานก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ให้ทำแบบนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน สามารถต้านเซลล์มะเร็งได้ สำหรับผู้หญิงมีครรภ์ไม่ควรทานเพราะอาจจะทำให้ลูกแท้งได้
     เห็นไหมครับว่าเป็นสมุนไพรที่ใกล้ตัวมาก หาได้ง่าย สามารถปลูกไว้ในสวนเพื่อนำมาปรุงอาหารได้และยังเป็นยาอีกด้วย จะเห็นได้ว่าคนที่มีอายุยืนเป็นร้อยๆปีจะชอบทานผักเป็นส่วนใหญ่ ในผักทุกชนิดที่เรานำมาเป็นกับแกล้มหรือนำมาปรุงอาหารจะเป็นสมุนไพรทั้งนั้นครับ หากคุณอยากมีสุขภาพที่ดีแนะนำให้ทานผักเยอะเข้าไว้ครับ คนที่ชอบทานผักจะไม่เป็นโรคมะเร็งโดยเฉพาะจิงจูฉ่ายหากเรานำมาปรุงอาหารเป็นประจำสามารถต้านเซลล์มะเร็งได้ โดยที่เราไม่ต้องไปพึ่งยาแผนปัจจุบันอีก เมื่อรู้แบบนี้แล้วมาเริ่มทานจิงจูฉ่ายกันครับ