สุขภาพ

ตะไคร้หอมมีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไร

วันนี้เรามารู้จักตะไคร้หอมกันครับ บางคนบางท่านก็รู้จักมาแล้ว ตะไคร้หอมเขาไม่นิยมนำมาปรุงอาหาร เป็นพืชสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถไล่ยุงได้ ตะไคร้หอมมีคนนำมาจากประเทศอินเดียเข้ามาสู่ประเทศไทยนั่นก็คือคุณหลวงมิตรธรรมพิทักษ์ เริ่มต้นปลูกครั้งแรกที่จังหวัดชลบุรี หลังจากนั้นก็ได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศจนถึงทุกวันนี้

article 24 06 2560 010
ลักษณะของตะไคร้หอม
     เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้าโดยมีอายุหลายปี มีลำต้นสูง ประมาณ 2 เมตรซึ่งถือว่าสูงมากกว่าหญ้าคาอีกและมีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลำต้นที่ตรงเป็นข้อๆ โดยแตกออกจากเหง้าเป็นกอ มีใบเลี้ยงเดี่ยวเรียงสลับกัน มีผิวกลิ่นหอม ผิวเกลี้ยง มีปลายแหลมสีเขียวห้อยลงมา ซึ่งมีความแตกต่างกับตะไคร้บ้านตรงที่ว่ามีใบยาวกว่าและนุ่มกว่า มีลำต้นที่มีกลิ่นฉุนมาก ดังนั้นเราจึงไม่สามารถนำมาปรุงอาหารได้ ตะไคร้หอมมีดอกเป็นช่อสีน้ำตาลอมแดง ดอกจะออกที่กลางลำต้น มีลักษณะคล้ายกาบ มีช่อย่อยๆเป็นจำนวนมากจะประดับอยู่ที่โคน 2 ใบ มีผลที่แห้งเป็นเมล็ดเดี่ยวไม่แตก
สรรพคุณและประโยชน์ของตะไคร้หอม
     เราสามารถเอาทั้งต้นให้ใช้ต้นสดๆ มาทุบแล้ววางเอาไว้สำหรับกันยุงได้ดีมาก และยังเป็นสมุนไพรที่แก้อาการริดสีดวงในปากอีกด้วย ช่วยขับโลหิต สำหรับผู้หญิงทำให้มดลูกบีบตัว แก้อาการแน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ เราสามารถเอาไปทำเป็นยากำจัดศรัตรูพืชได้อีกด้วย
     จะเห็นได้ว่าตะไร้หอมนั้นเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณและประโยชน์มากมายหลายอย่างนอกจากจะเป็นยารักษาโรคต่างๆได้แล้วยังเอามาทำเป็นยากำจัดศรัตรูพืชได้อีกด้วย ดังนั้นหากบ้านใครยังไม่มีต้นตะไคร้หอมก็ให้รีบหามาปลูกกันได้ครับ เวลาที่เราต้องการจะได้นำมาใช้ประโยชน์ได้ทันท่วงที เราไม่ต้องไปซื้อยาจุดกันยุงอีกต่อไป ทำให้ประหยัดรายจ่ายให้กับครอบครัว หญ้าทุกชนิดในโลกนี้ล้วนเป็นยาสมุนไพรทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าเราจะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านไหน

ล้างบางพฤติกรรมการกินที่ทำให้อ้วนง่ายออกไปจากชีวิตประจำวัน

     อาหารการกินในปัจจุบันค่อนข้างมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น มีทั้งอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ คือ อาหารที่ช่วยให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละวัน อาหารที่เน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีมาผ่านกระบวนการปรุงที่ดีและปลอดภัย แต่อาหารนั้นไม่มีเพียงแค่อาหารที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น ยังมีอาหารที่ทำร้ายสุขภาพและส่งผลให้เกิดความอ้วนอย่างรวดเร็ว เช่น อาหารประเภททอด อาหารที่อุดมไปด้วย นม เนย น้ำตาล ครีม และอาหารที่หนักไปทางสารอาหารด้านใดด้านหนึ่งมากจนเกินไป

AFS 07FEB 009 010
     เมื่อตัวเลือกอาหารมีให้เลือกจำนวนมาก คนส่วนใหญ่จึงเลือกรับประทานอาหารตามความต้องการหรือความอยากของตนเองเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียของอาหารที่รับประทานเข้าไปในร่างกาย กว่าที่จะเริ่มรู้ตัวก็ต่อเมื่อน้ำหนักพุ่งขึ้นสูง จากคนผอมกลายเป็นคนอวบอ้วนไปแล้ว ดังนั้นหากอยากคุมน้ำหนักตนเองให้ได้หรือพยายามลดน้ำหนักตนเองให้ได้ ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในด้านการกินของตนเองเสียใหม่ ดังนี้
1. อย่าเลือกรับประทานอาหารตามความอยาก คนเราส่วนใหญ่มักจะห้ามความอยากของตนเองไม่ได้ แต่เราต้องพยายามทบทวนเสมอว่าสิ่งที่เราอยากกินนั้น มีส่วนผสมของอะไรบ้างจะส่งผลให้ความอ้วนเข้ามาเยือนร่างกายเราแค่ไหน แม้ว่าจะเป็นการชิมรสชาติเพียงให้หายอยากคำเดียวก็อาจจะทำให้อ้วนได้เช่นเดียวกัน
2. เสียดายของ จึงเลือกที่จะจัดการกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าจนหมดเกลี้ยงทุกอย่าง พฤติกรรมเช่นนี้จะอยู่ในกลุ่มของทั้งคนผอมและคนอ้วน โรคความขี้เสียดายเพราะไม่รู้จักประมาณในการสั่งหรือการซื้ออาหารมารับประทาน เมื่อรับประทานไม่หมดก็จะพยายามรับประทานให้หมดเสมอ ทำให้เกิดเป็นความเคยชินและทำให้เรารับประทานอาหารในปริมาณที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นแสมอ ความจริงแล้วคนเราควรรับประทานอาหารแต่ละมื้อแค่พออิ่ม ไม่รับประทานอาหารจนจุกอย่างที่หลายคนกำลังทำอยู่
3. รับประทานเสร็จแล้วนอนเลย เมื่อหนังท้องเริ่มตึงหนังตาจะเริ่มหย่อนลงมา ทำให้หลายคนเมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วจะเริ่มง่วงนอนและขอเอนกายซักพักเพื่อให้คลายความง่วงของตนเองได้      พฤติกรรมเช่นนี้จะติดเป็นนิสัยที่แก้ได้ยากมาก ผลที่ตามมาคือน้ำหนักที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นและมีพุงให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะระบบการย่อยทำงานได้น้อยลงรวมถึงร่างกายไม่ได้เผาผลาญอย่างเต็มที่ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วควรหากิจกรรมทำเพื่อให้ไม่ง่วงนอน และควรนอนพักผ่อนแค่เพียงช่วงกลางคืนเท่านั้น ต่อให้ง่วงแค่ไหนก็ต้องพยายามฝืนตนเองให้ได้หากไม่อยากอ้วน
พฤติกรรมการกินและพฤติกรรมหลังการกินที่กล่าวข้างต้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของพฤติกรรมที่ต้องหยุดหากไม่อยากอ้วน ไม่เช่นนั้นต่อให้มียาดีแค่ไหนก็ไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินและความอ้วนไปจากร่างกายได้อย่างแน่นอน หากสามารถกำจัดพฤติกรรมที่กล่าวข้างต้นได้ทั้งหมด ไม่นานความอ้วนก็จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับร่างกายและชีวิตประจำวันของเราอีกแล้ว

สารเสพติดที่พบในชีวิตประจำวัน

สารเสพติดหรือยาเสพติดที่ทุกคนมักจะได้ยินคุ้นหูกันดีตามสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือว่าจะเป็นสื่อยอดนิยมในปัจจุบันอย่างอินเตอร์เน็ต แต่สำหรับบทความนี้ น้ำใสดอทคอม จะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ทำความเข้าใจกับสารเสพติดหรือยาเสพติดเพื่อจะได้รู้และเข้าใจมากยิ่งขึ้น ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

healthcare 23 05 2560 001

ความหมายของสารเสพติดหรือยาเสพติด
ยาเสพติด หมายถึง สารใดก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสารที่สังเคราะห์ขึ้น เมี่อนำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้ว ทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจนอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการเสพติดได้ หากใช้สารนั้นเป็นประจำทุกวัน หรือวันละหลาย ๆ ครั้งลักษณะสำคัญของสารเสพติด จะทำให้เกิดอาการ และอาการแสดงต่อผู้เสพดังนี้
   ๑. เกิดอาการดื้อยา หรือต้านยา และเมื่อติดแล้ว ต้องการใช้สารนั้นในประมาณมากขึ้น
   ๒. เกิดอาการขาดยา ถอนยา หรืออยากยา เมื่อใช้สารนั้นเท่าเดิม ลดลง หรือหยุดใช้
   ๓. มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจ อย่างรุนแรงตลอดเวลา
   ๔. สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง เกิดโทษต่อตนเอง ครอบครัว ผู้อื่น ตลอดจนสังคม และประเทศชาติ
ความหมายโดยทั่วไป
ยาเสพติด หมายถึง สารหรือยาที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรือจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อบุคคลใดเสพหรือได้รับเข้าไปในร่างกายซ้ำๆ กันแล้วไม่ว่า ด้วยวิธีใดๆ เป็นช่วงระยะๆ หรือนานติดต่อกันก็ตาม จะทำให้
   1. บุคคลนั้นต้องตกอยู่ใต้อำนาจหรือเป็นทาสของสิ่งนั้นทางด้านร่างกายและ จิตใจ หรือจิตใจเพียงอย่างเดียว
   2. ต้องเพิ่มปริมาณการเสพขึ้นเรื่อยๆ หรือทำ ให้สุขภาพของผู้เสพติดเสื่อมโทรมลง
   3. เมื่อถึงเวลาอยากเสพแล้วไม่ได้เสพจะมีอาการผิดปกติทางด้านร่างกายและ จิตใจ หรือเฉพาะทางด้านจิตใจเกิดขึ้นในผู้เสพ
ความหมายตามกฎหมาย
ยาเสพติดให้โทษ หมายความว่า สารเคมี หรือวัตถุชนิดใดๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ
   ๑. ประเภทของยาเสพติด
จำแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น ๔ ประเภท
     ๑. ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาทเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ำมันเบนซิน กาว เป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย
     ๒. ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ ยาบ้า ยาอี กระท่อม โคเคน มักพบว่าผู้เสพติดจะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับสนหวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทำในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทำ เช่น ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น
     ๓. ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี และ เห็ดขี้ควาย เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่องเห็นแสงสีวิจิตรพิสดาร หูแว่ว ได้ยินเสียง ประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็น
โรคจิต
     ๔. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกันได้แก่ ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสนเห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้
   ๒. แบ่งตามแหล่งที่มา
แบ่งตามแหล่งที่เกิด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
     ๑. ยาเสพติดธรรมชาติ (Natural Drugs) คือ ยาเสพติดที่ผลิตมาจากพืช เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน กระท่อม กัญชา เป็นต้น
     ๒. ยาเสพติดสังเคราะห์ (Synthetic Drugs) คือ ยาเสพติดที่ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีทางเคมี เช่น เฮโรอีนแอมเฟตามีน ยาอี เอ็คตาซี เป็นต้น

health 23 05 2560 002   

๓. แบ่งตามกฎหมาย
แบ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ 

  • ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ ได้แก่ เฮโรอีน แอลเอสดี แอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ยาอี หรือ ยาเลิฟ
  • ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๒ ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน หรือ โคคาอีน โคเคอีน และเมทาโดน
  • ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๓ ยาเสพติดประเภทนี้ เป็นยาเสพติดให้โทษที่มียาเสพติดประเภทที่ ๒ ผสมอยู่ด้วย มีประโยชน์ทางการแพทย์ การนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น หรือเพื่อเสพติด จะมีบทลงโทษกำกับไว้ ยาเสพติดประเภทนี้ ได้แก่ ยาแก้ไอ ที่มีตัวยาโคเคอีน ยาแก้ท้องเสีย ที่มีฝิ่นผสมอยู่ด้วย ยาฉีดระงับปวดต่าง ๆ เช่น มอร์ฟีน เพทิดีน ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น
  • ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๔ คือสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ยาเสพติดประเภทนี้ไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการบำบัดโรคแต่อย่างใด และมีบทลงโทษกำกับไว้ด้วย ได้แก่น้ำยาอะเซติคแอนไฮไดรย์ และ อะเซติลคลอไรด์ ซึ่งใช้ในการเปลี่ยน มอร์ฟีน เป็น เฮโรอีน สารคลอซูไดอีเฟครีน สามารถใช้ในการผลิต ยาบ้า ได้ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีก ๑๒ ชนิด ที่สามารถนำมาผลิตยาอีและยาบ้าได้
  • ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๕ เป็นยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าข่ายอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ ๑ ถึง ๔ ได้แก่ ทุกส่วนของพืช กัญชา ทุกส่วนของพืช กระท่อม เห็ดขี้ควาย เป็นต้น

ความจริงของยาลดความอ้วนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ความจริงของยาลดความอ้วนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

AFS 07FEB 009 002
ที่มาของรูป pixabay.com

     ยาลดความอ้วน ตัวช่วยยอดฮิตสำหรับคนอยากผอมในยุคปัจจุบัน แม้ว่ายาลดความอ้วนจะมีราคาสูงแค่ไหน แต่คนที่ฝันอยากจะผอมก็ยอมที่จะเสียเงินเพื่อแลกกับความผอมที่จะได้มา โดยไม่ได้สนใจว่าอันตรายที่แฝงอยู่ในยาลดความอ้วนนั้นมีทั้งส่วนผสมที่จะเข้าไปออกฤทธิ์กับระบบประสาทโดยตรง ส่งผลกระทบต่อการย่อยอาหารและยังส่งผลเสียอีกมากมายกับระบบภายในของร่างกาย
     หลายคนมองว่าการกินยาลดน้ำหนักให้ผลอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยคุมอาหารการกิน ไม่ต้องเหนื่อยในการออกกำลังกายก็สามารถผอมได้จริงๆ จึงยอมที่จะเสี่ยงกับยาลดน้ำหนักแม้ว่ารู้อยู่แก่ใจแล้วว่ามันอาจส่งอันตรายต่อสุขภาพตนเอง แต่ส่วนที่คุณรู้มาอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของยาลดความอ้วน เพราะยังมีอันตรายอีกมากมายให้คุณได้รู้เพิ่มเติม สำหรับกลุ่มยาลดน้ำหนักแบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้

  1. กลุ่มยาที่เข้าไปช่วยในเรื่องของการดูดซับไขมัน ส่วนใหญ่แล้วยากลุ่มนี้จะมีการโฆษณาว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่มีทางอ้วนเพราะมียาช่วยดักจับไขมันอยู่แล้ว แต่ความจริงระบบการทำงานของตัวยานั้นช่วยดักจับและดูดซับไขมันได้เพียงแค่ 20-30% เท่านั้นส่วนไขมันที่เหลือจะเข้าสู่ร่างกายทั้งหมด ข้อเสียของยากลุ่มดูดซับไขมันคือ ระบบการย่อยอาหารขาดสารอาหารที่ยู่ในไขมันและส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย
  2. กลุ่มยาที่ช่วยลดความหิว ยากลุ่มนี้จะให้ความรู้สึกไม่หิวหรืออยากอาหาร ทำให้น้ำหนักในช่วงแรกที่กินยาเข้าไปลดได้อย่างรวดเร็ว หลายคนจึงเข้าใจว่ายาดีกินแล้วเห็นผลเร็วสมกับราคาที่ยอมจ่ายไป แต่ในความจริงแล้วเมื่อร่างกายถูกกดเอาไว้ด้วยยาทำให้ไม่อยากอาหารถึงขีดจำกัด ร่างกายก็จะโหยหาอาหารกินและกินอาหารเข้าไปจำนวนมาก ความผอมที่ได้มาจึงไม่จีรังและหายไปอย่างรวดเร็ว ข้อเสียของยากลุ่มลดความหิว คือ ยิ่งกินติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการจิตหลอน ปากแห้ง คอแห้ง ท้องผูกและอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
  3. กลุ่มยาสมุนไพร ใช่ว่ากินยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของสมุนไพรจะปลอดภัยทั้งหมด แม้ว่าจะมีผลข้างเคียงที่น้อยสุดในบรรดากลุ่มยาลดความอ้วน สมุนไพรหากนำมารักษาไม่ถูกโรค ไม่มีการสั่งจ่ายยาจากแพทย์ให้ตรงโรคที่ต้องการรักษา ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน

     ข้อเสียของยาลดความอ้วนไม่ว่าจะเป็นยากลุ่มที่ 1-2 หรือยาสมุนไพรในข้างต้น ไม่ได้มีเพียงแค่ข้อเสียที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นเท่านั้น เพราะหากยังใช้ยาอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ได้มีการสั่งยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจจะส่งผลร้ายแรงจนถึงชีวิตของผู้ที่กินก็ได้ ดังนั้นหากอยากลดความอ้วนแล้วไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและชีวิต ควรเลือกวิธีการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ แม้ว่าอาจจะเห็นผลช้ากว่าการลดความอ้วนด้วยยาแต่จะช่วยทำให้คุณผอมได้จริงและมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน

ทำอย่างไรให้รู้สึกคลายเครียด

อารมณ์ที่รู้สึกเครียด ไม่ว่าเป็นใคร อาชีพอะไร ความเครียดทางอารมณ์นั้น มักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนไม่มากก็น้อย ความเครียดอาจจะเกิดจากปฏิกิริยาในตัวเราเอง เช่น อยากทำอะไรสักอย่างแต่ร่างกายไม่พร้อม ปวดท้องอึขณะที่ขับรถติดในชั่วโมงเร่งด่วน หรือความเครียดที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก สำรวจดูแล้วข้อนี้มีเยอะ พอๆกับที่เกิดจากปฏิกิริยาในตัวเราเอง เรื่องไกล้ๆตัว อากาศ ร้อน หนาว ปัญหารอบๆตัว ปัญหา รถติด มลพิษต่างๆ ก็มีผล

สิ่งที่น้ำใส ดอทคอมจะแนะนำต่อไปนี้เป็นบทความที่ พล.ต.ต.นพ. นริศ เจนวิริยะ ศัลยแพทย์ ได้เขียนให้ความรู้ไว้ว่า ความเครียดขนาดน้อยๆ เป็นเรื่องปกติ ไม่มีปัญหา แต่อาจจะมีประโยชน์ ที่ทำให้เราพยายามเอาชนะมัน ทำให้เรามีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย เช่น เครียดเพราะกลัวสอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้ จึงทำให้ขยันเรียน แต่ความเครียดถ้ามีขนาดมาก ก็มีผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ความเครียดอาจจะทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง ทำให้เป็นหวัดง่าย เริมกำเริบ หรือในบางคนอาจจะเกิดโรคจู๋หมดน้ำยา หรือถึงขนาดฆ่าตัวตาย

พล.ต.ต.นพ. นริศ เจนวิริยะ ศัลยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความเครียด แนะนำหลักการลดความเครียดไว้หลายอย่าง ขั้นแรกหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเครียด เขาให้คำนิยามของสาเหตุความเครียดไว้ว่า มันคือภาวะที่บีบคั้น ที่เกินความสามารถของเราที่จะตอบสนองได้

ความสามารถในการตอบสนองต่อความเครียด ขึ้นกับพันธุกรรม บุคลิกภาพ ประสบการณ์ของชีวิตของเรา เช่น คนบางคนอาจจะเครียด เมื่อต้องขึ้นไปร้องเพลงบนเวที แต่บางคนชอบมาก เนื่องจากมีพันธุกรรม หรือบุคลิกของความไม่ขี้อายชอบแสดงออก บางคนเข้าใกล้หมาแล้วเครียดมาก เนื่องจากมีประสบการณ์โดนหมากัดตอนที่ยังเด็ก

สาเหตุของความเครียดหลายอย่าง มันเห็นได้เข้าใจได้เด่นชัด เช่น พ่อหรือแม่เสียชีวิต ลูกไม่สบาย แฟนเลิกร้าง กิ๊กเลิกรา หางานทำ ไม่ได้ ถูกไล่ออกจากงาน หาเงินไม่พอใช้ เป็นหนี้พนันบอล ฯลฯ แต่ความเครียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันก็ไม่ควรมองข้าม เช่น ต้องขับรถฝ่าจราจรไปส่งหรือรับลูกที่โรงเรียนทุกวัน เพื่อนร่วมงานนิสัยไม่ดี คอมฯ มีปัญหาแฮงค์บ่อยทำให้ต้นฉบับหาย น้ำมันราคาแพง ความเครียด เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ถ้าเป็นอยู่นานๆ ก็สามารถสร้างความเสียหาย ให้กับชีวิตร่างกายหรือสุขภาพของเราได้มาก เพราะมันกระตุ้นร่างกายเรา ให้หลั่งฮอร์โมนความเครียดตลอดเวลา ทำให้เกิดโรคขึ้น เช่น ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ แล้วตามมาด้วยอัมพาตอัมพฤกษ์

กลวิธีคลายเครียดที่ผู้รู้แนะนำไว้ และคุณสามารถเลือกเอาไปใช้ได้มีหลายอย่าง คือ

จดบันทึกประจำวัน

  • จดบันทึกประจำวันสักหนึ่งสัปดาห์ ให้สังเกตดูว่าเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใด ที่เราตอบสนองทางกาย ใจ หรืออารมณ์ในทางลบ และให้จดวันเวลาของเหตุการณ์ไว้ด้วย เขียนบรรยายเหตุการณ์เอาไว้ย่อๆ เราอยู่ในเหตุการณ์ตรงไหน มีใครเกี่ยวข้องบ้าง อะไรเป็นสาเหตุของความเครียด และบรรยายถึงการตอบสนองของเรา ต่อความเครียดนั้นด้วย อาการทางกายของเราเป็นอย่างไร เช่น หัวใจเต้นแรง ใจสั่น เหงื่อแตก ความรู้สึกของเราเป็นอย่างไร เราพูดอะไร หรือทำอะไรลงไปบ้าง เสร็จแล้วให้คะแนนความเครียดของเราจาก 1 ถึง 5 (น้อยไปมาก)
  • จดบันทึกรายการของสิ่งหรือสถานการณ์ต่างๆ ที่บีบคั้นเราให้ใช้เวลา และพลังงานกับมันในหนึ่งสัปดาห์ว่ามีอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น การงานที่เราทำอยู่ งานอาสาสมัคร ขับรถพาลูกไปเรียนพิเศษ ดูแลพ่อหรือแม่ที่แก่เฒ่า เสร็จแล้วให้คะแนนความมากน้อยของความเครียดที่ เราประสบจาก 1 ถึง 5 เหมือนข้างบน

หลังจากนั้น เราก็มานั่งพิจารณาสิ่งที่เราจดบันทึกไว้ พิจารณาสิ่งที่เราคิดว่าทำให้เราเครียดมากๆ แล้วเลือกขึ้นมาอย่างหนึ่ง เพื่อทำการวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคที่ใช้แก้ปัญหาดังนี้

ปรับปรุงทักษะการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทักษะนี้สามารถทำให้คุณเก่ง ในการแยกแยะเป้าหมาย และให้ความสำคัญก่อนหลังของสิ่งที่เราต้องทำ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดในชีวิตได้ ให้ใช้ทักษะต่างๆ ดังต่อไปนี้ช่วยลด ความเครียด

  • สร้างความคาดหมายที่เป็นไปได้จริง และขีดเส้นตายให้กับงานที่เราจะทำ และทำการตรวจสอบความก้าวหน้าเป็นประจำ
  • จัดระเบียบบนโต๊ะทำงาน กำจัดกระดาษที่ไม่มีความสลักสำคัญ โดยการโยนมันทิ้งไป
  • เขียนรายการแม่บทของสิ่งที่เราต้องทำก่อนหลังประจำวันแล้วทำตามนั้น
  • ตลอดทั้งวันที่ทำงานหมั่นเช็ครายการ แม่บทที่เราทำไว้ ว่าเราได้ทำเสร็จไปตามลำดับก่อนหลังที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า
  • หัดใช้สมุดนัดที่เขาเรียกว่าแพลนเนอร์ เพื่อจดบันทึกสิ่งที่เราวางแผนจะทำล่วงหน้า เป็นวัน เป็นเดือน หรือเป็นปี หรือเขียนรายการแม่บทตามที่กล่าวข้างบนนั้น เป็นรายการที่ต้องทำก่อน-หลังประจำวัน ลงบนแพลนเนอร์ด้วย แล้วทำไปตามนั้น และทำการประเมินผลประจำวัน จะเกิดผลดี ไม่เกิดความยุ่งยาก สับสน ผิดนัด ใช้แพลนเนอร์เก็บเบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ของคนสำคัญหรือลูกค้า เพื่อความสะดวกใน การค้นหาติดต่อ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ผิดพลาดเสียเวลาน้อยลง มีเวลาทำงาน อย่างอื่นหรือรื่นเริงมากขึ้น
  • สำหรับการทำงานหรือโครงการที่มีความสำคัญมาก ให้กันเวลาที่ห้ามใครมารบกวนไว้ต่างหาก เพื่อการทำงานที่ต่อเนื่องและเป็น ความลับ

หลีกเลี่ยงความเบื่อหน่ายหมดไฟในการทำงาน

ถ้าคุณมีความรู้สึกหมดไฟ ไม่อยากทำงาน หรือเครียดมากเป็นเวลานานเป็นสัปดาห์ ความรู้สึกนี้จะมีผลต่อความสัมพันธ์ในทางอาชีพ และในชีวิตส่วนตัวหรือในการทำมาหากินของคุณได้

ความอัดอั้นตันใจที่มากล้น ความรู้สึกเมินเฉยต่อการงาน ความหงุดหงิดรำคาญใจเป็นเวลายาวนาน ความขุนเคืองใจ และมีความโน้มเอียงที่จะโต้เถียงเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้ เป็นตัวชี้บ่งถึงอาการหมดไฟในการทำงาน ซึ่งจำเป็นต้อง ได้รับการจัดการเยียวยาให้มันดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเขาแนะนำกลยุทธในการต่อสู้ดังนี้

  • ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี กินอาหารให้ครบห้าหมู่ กินให้ครบทุกมื้อรวมทั้งอาหารเช้า กินในขนาดที่พอประมาณ (ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม) นอนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอให้พอเหมาะ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของท่านแข็งแรง สามารถสู้กับความเครียดทางกายและใจได้ดี
  • สร้างสัมพันธไมตรีกับเพื่อนในที่ทำงานและนอกที่ทำงาน หาเพื่อนสนิทที่เราสามารถบ่นเรื่องคับข้องใจ ปรับทุกข์เรื่องการงานให้ฟังได้ ทำให้มีหนทางในการแก้ปัญหา ที่ก่อความเครียดของเราได้ หลีกเลี่ยงการคบค้ากับคนที่เรามีความรู้สึกไม่ดี คนไม่จริงใจ ไม่เป็นกัลยาณมิตร เพราะจะยิ่งจะตอกย้ำความรู้สึกย่ำแย่ให้มากขึ้น ในมงคลสูตรก็กล่าวไว้ให้คบคนดี หลีกหนีคนพาล มองหากัลยาณมิตร
  • รู้จักลาพักผ่อน ลาพักร้อน วาเคชั่น บางคนอาจจะลาไปปฏิบัติธรรมฝึกวิปัสสนากรรมฐาน หรือปลีกวิเวก สำหรับคนที่ทำได้ มันจะทำให้คลายเครียดลงได้มาก แน่นอน และสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ลาได้ไม่มาก ก็อาจจะมีการเบรคพักคลายเครียดชั่วครู่ในเวลาทำงาน ก็จะช่วยได้บ้าง
  • ในบางกรณีจำเป็นต้องฝึกการปฏิเสธ หัด “Say No” กับเพื่อนที่มาชวนไปทำโน่นทำนี้ ที่ทำให้เราเครียด เช่น เป็นสาวเป็นแส้เที่ยวแร่ไปตามที่อโคจร ไปนั่งตามผับตามบาร์ ดื่มเหล้าสูบยาซึ่งเป็นท่าทีเชิญชวนให้ หนุ่มเหน้าเข้ามาโอภาปราศรัยอยากได้ปลื้ม
  • หัดยับยั้งชั่งใจไม่โต้เถียงกับใครๆ โดยไม่เลือก พยายามใจเย็น มีสติ สัมปชัญญะ เถียงเฉพาะเรื่องที่มีความสลักสำคัญจริง (ไม่ใช่เรื่องทักษิณออกไป) แต่ที่ดีที่สุดคือหุบปากไม่เถียงกับใครเลย ทุกครั้งที่เถียงกัน จะมีการหลั่งของฮอร์โมนความเครียด ความดันเลือดพุ่งขึ้นทุกที
  • ทางออกของความเครียดที่ควรหัดมีไว้คือ การอ่านหนังสือที่เราชอบ ทำงานอดิเรกที่เรารัก ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่เราสนุก ทำให้รู้สึกชื่นมื่นเพราะเอนดอร์ฟิน (สารสร้างสุข) หลั่งออกมา

ถ้าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่มีผลดีต่อคุณ ก็จำเป็นต้องหาที่พึ่ง เช่น เข้าหาปรึกษาพระที่เราเคารพนับถือ เอาธรรมะเข้าข่ม หรือใช้มืออาชีพอย่างนักจิตวิทยา หรือให้จิตแพทย์ช่วยก็จะดีที่สุด อย่าลืมว่าความเครียดอาจจะทำให้ถึงตายได้ อย่าปล่อยให้มันเรื้อรังนะครับ