สนับสนุนโดย





 

โทรศัพท์มือถือ

เลือกซื้อโทรศัพท์มือถืออย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

โทรศัพท์มือถือ กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญ น้ำใส ดอทคอมไม่พลาดที่จะนำเสนอเกี่ยวกับ บทความที่จะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ ให้ตรงกับความต้องการในการใช้งาน น้ำใสแบ่งประเภทผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือหลักๆ ออกเป็น 2 ประเภทนะค่ะ 

  1. ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่เน้นออนไลน์
  2. ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เน้นโทร พูดคุย

สำหรับเทคโนโลยีเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือนั้นมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แล้วสิ่งที่จะเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือสักเครื่องมาใช้นั้น ควรจะมีข้อมูลอะไรเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจบ้าง ส่วนใหญ่แล้วโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนั้นจะเน้นที่เครื่องสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ต(Smart Phone)เป็นหลัก น้ำใสจะแนะนำ 10 ข้อสำหรับการเลือกซื้อโทรศัพท์มาฝากค่ะ

1.ถามตัวเองก่อนเลยคะว่าจะซื้อมือถือเพื่อใช้งานทำอะไรบ้าง?

ยกตัวอย่างนะคะ เช่นเน้นใช้งานทำงาน + เล่นเกม + ถ่าย Selfie ด้วย ก็ต้องเลือกเครื่องที่หน่วยความจำเยอะหน่อย ซีพียูที่รองรับชิพกราฟฟิคดีๆ เครื่องที่ทำงานไว และกล้องหน้าที่รองรับสำหรับการถ่าย Selfie ได้สวย รวมถึงแบตเตอรี่มือถือที่ความจุไฟเยอะใช้ได้นานอย่างมากต้องทั้งวัน (หรือจะเก็บรูปไว้บน cloud ก็ได้) เป็นต้น 

2.รองรับ 4G หรือไม่? ข้อนี้ก็เป็นส่วนที่มีผลด้วย

ถ้าหากคุณต้องการใช้บริการ 4G ให้ทันสมัยในยุค 4G แบบนี้ ไหนๆก็ซื้อแล้วทั้งที ก็น่าจะให้รองรับ 4G ได้ไปเลยน่าจะคุ้มกว่า หากเป็นเช่นนั้นก็จำเป็นที่จะต้องเลือกโทรศัพท์ที่รองรับ 4G ด้วย ไม่เช่นนั้น ก็ไม่สามารถใช้ 4G ได้ถึงแม้ในบริเวณนั้นๆจะมีบริการ 4G ก็ตาม ซึ่งปัจจุบันนี้ smartphone ที่รองรับ 4G ก็มีราคาลดลงมาก ประมาณสองพันบาทก็สามารถใช้ได้แล้ว ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อมือถือ หากต้องการใช้งาน 4G ได้ สำคัญเลยคือการดูสเปคของมือถือว่ารองรับ 4G LTE หรือไม่ และถ้ารองรับ 4G รองรับ 4G คลื่นใดบ้าง ตรงกับคลื่นที่คุณต้องการจะใช้หรือไม่ โดย

  • ดูสเปคข้างกล่อง ต้องเห็นว่ารองรับ 4G หรือ LTE
  • ดูว่ารองรับ 4G LTE Band ไหน ซึ่งในไทยมี 3 คลื่น ได้แก่ LTE Band 1 คือคลื่น 2100 MHz , LTE Band 3 คือคลื่น 1800 MHz และ LTE Band 8 คือคลื่น 900 MHz เราต้องดูให้ตรงกันกับผู้ให้บริการมือถือที่เราใช้ซิมของเค้าอยู่ด้วย (ลองสอบถามผู้ให้บริการดู)

3.ระบบปฏิบัติการที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือ

ระบบปฏิบัติการยอดนิยมสุดในขณะนี้ก็คือ Android (มีหลายแบรนด์) และ iOS (ของ Apple) ก็ถามตัวเองว่า ต้องการใช้ระบบปฏิบัติการใด 

  • iOS จะเป็น OS ระบบปิด ของค่าย Apple ต้องสมัคร Apple ID ในการดาวน์โหลดแอพ ซื้อแอพ และซื้อบริการต่างๆ
  • Android เป็นระบบปฏิบัติการจาก google ที่เป็น opensource นักพัฒนาสามารถพัฒนาต่อได้ โดยจะต้องใช้บัญชี google (gmail) ในการใช้บริการต่างๆเช่น โหลดแอพจาก Play Store

4.ROM กับ RAM และหน่วยความจำ

ROM (Read-Only Memory ) หน่วยความจำถาวรของโทรศัพท์ที่ให้มาบนเครื่อง ซึ่งความจริงแล้วน่าจะเรียกว่า Internal Storage มากกว่า ซึ่งก็คือหน่วยความจำภายในเครื่องนั่นเอง ปัจจุบันมีให้เลือกตั้งแต่ 8GB , 16GB , 32GB , 64GB และ 128GB ซึ่งใช้เก็บข้อมูลทั้งตัวระบบปฏิบัติการเอง แอพ เพลง เอกสาร รูปภาพ วีดีโอ และไฟล์อื่นๆ ยิ่งหน่วยความจำเยอะสามารถลงแอพได้มาก หากหน่วยความจำน้อยก็จะต้องเอาข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือมา backup ลงคอมหรือ Cloud 

RAM (Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำชั่วคราวของโทรศัพท์ รับ-ส่ง และเป็นที่พักข้อมูล ระหว่างการใช้งานยิ่ง RAM เยอะ การทำงานยิ่งเร็วขึ้น ถ้า RAM น้อยอาจทำงานช้าลง ดังนั้นการเลือก RAM ก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานของเครื่อง บางครั้งทำงานร่วมกับ CPU มือถือด้วย

 

และอีกตัวเลือกนึงคือ การรองรับหน่วยความจำภายนอกด้วย microSD ดูว่ามือถือคุณรองรับหรือไม่ด้วย ยกเว้น iPhone ซึ่งไม่มีการเพิ่มหน่วยความจำด้วย MicroSD ได้ตั้งแต่แรก ซึ่งถ้ามือถือคุณรองรับ MicroSD ก็จะช่วยให้มือถือของคุณมีหน่วยความจำได้มากขึ้น แต่ว่าตัวการ์ดที่จะใส่ก็มีความสำคัญเช่นกัน การจะเลือกซื้ออย่างไร อ่านได้ที่ เคล็ดลับการเลือกซื้อ SD Card ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ของคุณ อีกทั้งก็ต้องระวังของปลอมด้วย เพราะหากเป็นของปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำความเสียหายให้กับเครื่องของคุณและข้อมูลของคุณได้ 

5.CPU (Central Processing Unit)

คือ หน่วยประมวลผลกลาง เหมือนสมองของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบัน CPU ก็มีหลายประเภทดังนี้

  • CPU single-core คือหน่วยประมวลผลที่มีการทำงานเพียง หนึ่งแกนสมอง ทำงานคนเดียว อาจทำให้เครื่องล่าช้า
  • CPU Dual-core ซีพียู 2 แกนสมอง เหมือนมีคน 2 คนช่วยทำงานด้วยกัน
  • CPU Quad-Core ซีพียู 4 แกนสมอง ช่วยกันทำงาน เพื่อการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตอนนี้พบมากบนมือถือยุคปัจจุบัน
  • CPU Octa Core ซีพียู 8 แกนสมอง สามารถประมวลผลที่มีประสิทธิภาพรวดเร็ว พบได้บนโทรศัพท์มือถือราคากลางๆจนถึงระดับเรือธง

นอกจากนี้ ตัวเลขความเร็วซีพียูยิ่งสูงยิ่งทำงานได้เร็วขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามหากมีซีพียูที่มีแกนสมองมากๆโดยเฉพาะระดับ Octa Core นี้ ต้องหาเครื่องที่รองรับความจุแบตเตอรี่เยอะๆ เพราะการประมวลของซีพียู Octa Core ผลนี้ทำให้กินพลังงานแบตมากทีเดียว ซึ่งซีพียู Octa Core เป็นที่นิยมมากสำหรับคอเกมที่ใช้กราฟฟิคสูงๆ 

6.ซิมการ์ด

ดูด้วยว่าเครื่องคุณรองรับกับซิมการ์ด 3G , 4G และเครือข่าย 3G ,4G มั้ย และต้องทราบด้วยว่าเครื่องของคุณรองรับใส่ซิมการ์ดชนิดไหนเช่น Micro Sim และ Nano Sim เป็นต้น สำหรับการเลือกซื้อมือถือที่รองรับ 4G สามารถอ่านได้ที่ ข้อสังเกตดูสเปคเครื่องสมาร์ทโฟน 4G LTE 

7.กล้อง

ดูความละเอียดกล้องหน้า/กล้องหลัง ว่ากี่ล้านพิกเซล ส่วนใหญ่จะนิยมตั้งแต่ 8 ล้านพิกเซลสำหรับกล้องหลัง และกล้องหน้าสัก 5 ล้านพิกเซล นอกเหนือนี้ยังต้องดูเทคโนโลยีอื่นในกล้องมือถืออย่างเช่น OIS สามารถป้องกันภาพไหว กรณีถ่ายสั่นไหวได้ด้วย รวมถึงโหมดวีดีโอว่าสามารถถ่ายความละเอียด 4K หรือ 60 Fps ได้หรือเปล่า 

ในกรณีคุณเลือกมือถือที่รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K ซึ่งก็ได้คือได้วีดีโอที่มีความคมชัดสูงมาก แต่ขณะเดียวกัน การบันทึกวีดีโอ 4K จะได้ขนาดวีดีโอที่ใหญ่ นี้ก็จะใช้พื้นที่ 375 MB โดยประมาณ ดังนั้นแค่คิดถ่าย 4K พื้นที่ว่างของสมาร์ทโฟนต้องเยอะด้วย ส่วนใหญ่มือถือ Android จะถ่ายแล้วได้ความละเอียด 2160P ส่วน iPhone ก็ได้ความละเอียด 1080P 

กรณีถ่ายวีดีโอแบบ 60Fps นี้ถ้าได้ใช้ก็จะสามารถแชร์วีดีโอขึ้น Youtube แล้วดูลื่นไหลขึ้น และสามารถนำมาตัดต่อวีดีโอเพื่อทำภาพ Slowmotion ที่สวยงามได้ด้วย แต่ก็ต้องใช้พื้นที่หน่วยความจำบนมือถือเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะใช้กล้องมือถือทำอะไรบ้าง 

8.แบตเตอรี่

ยิ่งมีความจุสูง mAh มากเช่น 4000 mAh จะสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ทั้งวัน แต่อาจใช้เวลาชาร์จไฟนานขึ้นดังนั้นหากมีความจุสูงๆอาจต้องพิจารณาดูว่ามีเทคโนโลยี fast charging มีมั้ยซึ่งจะช่วยลดเวลาการชาร์จแสนนานได้ 

9.ดีไซน์สวยจับถนัด

การออกแบบดีไซต์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมีผลกับบุคลิกของเราและการใช้งานมือถือของเราด้วย ดังนั้นเลือกเครื่องที่ออกแบบแล้วเข้ากับมือเราและการใช้งานของเราให้ดีที่สุด โดยเฉพาะ ขนาดของหน้าจอด้วย

  • ขนาดหน้าจอ ปัจจุบันนี้มีหลายขนาดตั้งแต่ จอ 3นิ้ว ,4-5 นิ้ว และใหญ่กว่า 5.5 นิ้ว โดยหน้าจอเล็กยิ่งทำให้การจับมือถือใส่กระเป๋ากางเกงง่าย พกพาสะดวกไม่คับกระเป๋า แต่จอภาพจะเล็กแบบคับจอไปหน่อย ถ้าหน้าจอขนาด 4-5 นิ้วเป็นหน้าจอที่กำลังพอดี ถือใส่กระเป๋ากางเกงได้ และสามารถจิ้มสัมผัสหน้าจอสะดวก และนาด 5.5 นิ้วขึ้นไป เหมาะสำหรับคนทำงานหนักๆ ชอบดูข้อมูลและความบันเทิงเยอะๆ เช่น ชมวีดีโอ เกม อ่านอีบุ๊ค ชมภาพยนตร์ จอใหญ่นี้ผู้ใหญ่จะสะดวกในการจิ้มแตะสัมผัสแอพบนหน้าจอ แต่ด้วยขนาดหน้าจอใหญ่นี้เมื่อใส่กระเป๋ากางเกงจะรู้สึกคับกระเป๋าทันที
  • ดีไซต์ของปุ่ม โดยเฉพาะตำแหน่งปุ่มของมือถือแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน ดังนั้นลองสัมผัสปุ่มทดลองใช้งานก่อนซื้อ ที่เปนเอกลักษณ์เด่นๆสุดอย่างเช่น LG G3LG G5 ที่มีปุ่มให้กดคุมด้านหลังเครื่อง รวมถึง
  • เรื่องของโครงสร้างตัวเครื่องก็เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยมือถือโครงสร้างแบบอลูมิเนียม ได้รับความนิยมสุด รองลงมาก็เป็นมือถือวัสดุพลาสติกที่หลายท่านคุ้นเคย
  • หน้าตา User Interface รูปแบบหน้าจอของสมาร์ทโฟนของแต่ละระบบปฏิบัติการ และแต่ละยี่ห้อ มีความแตกต่างกัน ซึ่งต้องลองใช้งานก่อนจะซื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลว่าคุณชอบหน้าจอ UI แบบไหน แต่ถ้าไม่ชอบ UI ที่เครื่องให้มา ก็สามารถโหลด Launcher ในการเปลี่ยน User Interface ได้ (ยกเว้น iPhone และ Windows 10 Mobile ที่ไม่มีหน้าตาอื่นเลย

10.WiFi รองรับย่านความถี่ 5ghz vs 2.4ghz

คลื่นความถี่ของ wireless มีอยู่สองคลื่นในโลกได้แก่ 5Ghz และ 2.4Ghz โดยในประเทศไทยช่วงแรกๆ ไม่อนุญาติให้มีการนำเข้าอุปกรณ์คลื่น 5Ghz ในช่วงแรกและเพิ่งมาอนุญาติเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาโดยอุปกรณ์ในตลาดถ้าสนับสนุนทั้งสองคลื่น และสามารถใช้ได้พร้อมกันจะเรียกว่า Dual Band-Dual Radio นั่นคือใช้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน ถ้ามีสนับสนุนทั้ง 2 คลื่นแต่ใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น (2.4 หรือ 5Ghz) จะถูกเรียกว่า Single Band-Dual Radio

สนับสนุนโดย


บทความแนะนำ