ฟอร์มูล่าวัน

ประวัติการแข่งรถ Formula One (F1)

Formula One 15 03 2561 001

    สำหรับท่านที่ชื่นชอบความเร็ว ความแรง ของรถ น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม บอกเลยว่าท่านต้องไม่พลาดบทความดีๆ นี้แน่นอน ที่จะกล่าวถึงนั้นเป็นการแข่งขันกีฬาที่เรียกได้ว่าเร็วที่สุดในโลก!!! นั่นคือการแข่งขัน F1 หรือ Formula One น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ความเป็นมา นักแข่ง F1 รถที่ใช้แข่ง สนามต่างๆ

     ในปี 1950 มีการรวบรวมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ (Grand Prix)  เข้าไว้ด้วยกันเพื่อการแข่งขันฟอร์มูล่าวันชิงแชมป์โลกขึ้น โดยการแข่งขันฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์นี้ได้จัดขึ้นครั้งแรกที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม1950 ถ้านับถึงปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันฟอร์มูล่าวันมาแล้วกว่า 900 ครั้ง

     สำหรับแชมป์โลกคนแรกของการจัดการฟอร์มูล่าวัน ก็คือ จูเซปเป้ ฟาริน่า ส่วนทีมแชมป์โลกทีมแรกได้แก่ทีมแวนวอลล์ ตำแหน่งแชมป์โลกประเภททีมมอบให้ในปี 1958 เป็นปีแรก สำหรับนักขับที่ครองแชมป์โลกจำนวนมากที่สุดคือ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ซึ่งคว้าแชมป์โลกทั้งสิ้น 7 สมัย ในปี 1994-1995 และ 2000-2004 เขายังถือสถิติเป็นผู้ชนะการแข่งขันมากที่สุดจำนวน 91 สนาม โดยเฟอร์รารี่เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยจำนวนแชมป์โลก 16 สมัยจากชัยชนะทั้งสิ้น221ครั้ง

     เริ่มต้นในช่วงยุคหลังสงครามโลก ช่วงนั้นเครื่องยนต์จะเป็นแบบ 4.5 ลิตร และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ต่อมาในปี 1954-1960 ความจุของกระบอกสูบของเครื่องยนต์ได้ถูกลดลงราวๆ ครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น โดยเครื่องยนต์ 4.5 ลิตร จะถูกลดลงเหลือ 2.5 ลิตร และปี 1961 เครื่องยนต์ถูกลดขนาดลงเหลือ1.5ลิตร

Formula One 15 03 2561 002

     และนอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกอีกด้วย ที่ทุกทีมจะต้องย้ายเครื่องยนต์จากหน้ารถมาอยู่ที่ส่วนกลางตัวรถ อย่างไรก็ตาม 5 ปีหลังจากนั้นกำลังเครื่องยนต์ได้ถูกเพิ่มขึ้น 1966-1968 เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ เป็นยุครุ่งเรืองของเครื่องยนต์ซึ่งแรง เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร นอกจากนั้นยังมีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร จากค่าย BRM และเครื่องยนต์ V8 จากค่าย Coventry-Climax มาร่วมแจม

     ในภายหลังในปี 1977 Renault ได้ริเริ่มนำเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบเข้ามาใช้ ด้วยแรงม้าที่ถูกผลิตออกมา 500 – 900 แรงม้าในระหว่างการแข่งขัน และสามารถรีดแรงม้าได้ถึง 1,500 แรงม้าในระหว่างการควอลิฟายเลยทีเดียว

     1987-1988 ยุคนี้เป็นยุคที่ Honda เริ่มมีบทบาทสำคัญในวงการเมื่อเครื่องยนต์นี้สามารถส่งให้ Nelson Piquet จากทีม Williams คว้าแชมป์สมัยที่ 3 ของตัวเองในปี 1987 และฉลองความยิ่งใหญ่ร่วมกับ McLaren ในปีถัดมา เมื่อพวกเขาร่วมกันโกยแชมป์สนามไปถึง 15 จากทั้งหมด 16 สนาม และยังคงเป็นสถิติเปอร์เซ็นต์การเก็บชัยชนะที่ดีที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน

     และต่อมาทอร์โบได้ถูกแบนตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา เหลือเพียงแต่เครื่องยนต์ 3.5 ลิตรและก็ยังคงเป็นยุคที่ Honda ครองความยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่อง

     1995-2005 เป็นยุคที่ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V10  Renaultได้กลับมายึดครองความยิ่งใหญ่คืนจาก Honda จนกระทั่งถึงปี 1998 เมื่อ McLaren ผนึกกำลังกับเครื่องยนต์ Mercedes และช่วยให้ Mika Hakkinen คว้าแชมป์ 2 สมัยในปี 1998 และ 1999 ทางด้าน Ferrari เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V10 พวกเขายอมแลกความเสถียรของตัวเครื่องกับพละกำลังที่หายไป ซึ่งช่วงแรกพวกเขาไม่สามารถสู้กับ Mercedes ได้

     แต่หลังจากปี 2000 พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นมามากและขจัดปัญหาทั้งพละกำลังและความเสถียรไปได้ ทางด้าน BMW ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วงนี้ โดยพวกเขาสนับสนุนเครื่องยนต์ให้กับทีม Williams ในช่วงแรกนั้นเครื่องยนต์ของพวกเขาเสถียรมาก แต่ก็ด้อยกว่าทั้ง Ferrari และ Mercedes ในด้านพละกำลัง

     ในปี 2001 พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นใหม่ และสามารถรันรอบเครื่องได้สูงถึง 17,810 rpm น่าเสียดายที่เครื่องตัวนี้กลับมีจุดอ่อนในเรื่องของความเสถียรดังจะเห็นได้จากการระเบิดในหลายๆสนาม 

     ในปี 2002 BMW เป็นเครื่องยนต์แรกที่สามารถก้าวข้ามผ่านกำแพง 19,000 rpm ขึ้นไปได้ และยิ่งน่าประทับใจเมื่อพวกเขาไต่ระดับได้ถึง 19,200 rpm

     ในปี 2003 พร้อมกันนั้นเครื่องยนต์พวกเขายังสามารถรีดแรงม้าได้เกิน 900 แรงม้า รวมทั้งน้ำหนักเครื่องก็ลดลงเหลือเพียง 91 กิโลกรัม

     2006-2013 เครื่องยนต์ได้ถูกลดขนาดความจุลงอีกครั้ง เป็นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร V8 จุดประสงค์เพื่อต้องการลดกำลังเครื่องยนต์จากเครื่อง V10 ลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

     ในปี 2007 FIA (Federation Internationale de l’Automobile) ได้เริ่มการจำกัดการพัฒนาเครื่องยนต์ เพื่อลดงบประมาณในการทำทีมแต่ละทีมลง เครื่องยนต์ได้ถูกจำกัดรอบเครื่องเหลือ 19,000 rpm และเหลือ 18,000 rpm

     ในปี 2009 นอกจากนั้นแต่ละทีมจะสามารถใช้เครื่องยนต์ได้ไม่เกิน 8 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Honda ได้ประกาศออกจากวงการหลังสิ้นสุดปี 2008 และ BMW ได้ตามรอย Honda ไปหลังสิ้นสุดปี 2009

Formula One 15 03 2561 003

     ในปี 2014 เป็นต้นมา เครื่องยนต์ฟอร์มูล่าวันใช้ขนาด 1.6 ลิตร V6 เทอร์โบ ซึ่งให้กำลังประมาณ 600 แรงม้า และจะได้แรงเพิ่มอีก160แรงม้า รถแต่ละคันถูกกำหนดให้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ไม่เกิน 100 กก  หรือประมาณ130 ลิตรในการแข่งขันแต่ละสนาม สำหรับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรที่ว่านั้น เป็นการลดปริมาตรกระบอกสูบลงมาก็จริง แต่เรี่ยวแรงไม่มีตกอย่างแน่นอน เพราะได้ turbocharger เข้ามาช่วย และยังมีระบบ Energy Recovery System เข้ามาแทนที่ระบบเดิมอย่าง Kinetic Energy Recovery System (KERS) เพื่อให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น