ประวัติและความเป็นมาของกีฬาเซปักตะกร้อ
     ถ้าเอ๋ยถึงกีฬาตะกร้อแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ก็จะร้องอ๋อ! ซึ่งหลายๆคนจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และ น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม...
(สกู๊ปกีฬา)

สกู๊ปกีฬา

กติกา ตะกร้อลอดห่วง

18 10 2561 001

ประวัติความเป็นมาของกีฬาตะกร้อลอดบ่วง

     น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม มีข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะการสาธิตและการเล่นตะกร้อลอดบ่วง ที่เป็นกีฬาของ คนไทยอย่างแท้จริง ตามประวัติมีการเริ่มเล่นกันตั้งแต่สมัยสุโขทัย ที่ประชาชนคนใดทำผิดกฏหมาย จะถูกทำโทษโดย การจับยัดใส่ลูกตะกร้อที่มีขนาดใหญ่มาก และให้ช้างเตะ ไทยเราจึงดัดแปลงโดยการศึกษาจากการเตะของช้างและนำท่าเตะแต่ละท่ามาประยุกต์เป็นท่าเตะตะกร้อแต่ละท่า

     ในปัจจุบันต่อมาคนไทยเชื้อสายจีน คือ นายยิ้ม สี หน หัวหน้าทีมวัดสิบเป็นผู้จัดตั้งกีฬาไทย ที่เรียกว่า"ตะกร้อลอดบ่วง"

     ตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาพื้นเมืองของไทยที่คิดสร้างสรรค์ขึ้นโดยคนไทย ปรากฏ หลักฐานชัดเจนว่าระหว่างปี พ.ศ.๒๔๗๐-พ.ศ.๒๔๗๒ หลวงมงคลแมน (สังข์ บูรณะศิริ) ได้ริเริ่มคิดการเล่นตะกร้อลอดห่วงขึ้นในกรุงเทพฯ (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๑๖ – ๒๕๑๗) โดยนำวิธีการเล่นตะกร้อเตะวง ผสานกับท่าเตะพลิกแพลงต่างๆของการเล่นตะกร้อพลิกแพลงที่มีการเล่นอยู่บ้างแล้ว เพิ่มการแขวนห่วงที่คิดประดิษฐ์ขึ้นห้อยไว้สูงจากพื้นตรงกลางสนามเล่น ให้ผู้เล่นเตะป้อนลูกตะกร้อกันไปมาโดยมีจุดมุ่งหมายให้ลูกตะกร้อลอดเข้าห่วงที่แขวนไว้ ลูกที่เข้าห่วงจะได้คะแนน ท่าเตะที่ทำให้ลูกเข้าห่วงยิ่งพลิกแพลงยากมากเท่าไร ก็จะยิ่งได้คะแนนมาก ตามที่มีการกำหนดคะแนนของแต่ละท่าเตะไว้ ในระยะแรกเป็นการทดลองเล่นและเผยแพร่วิธีการเล่น จึงเป็นการเล่นแสดงเท่านั้น ดังปรากฏหลักฐานในงานฉลอง ๑๐ ปีของหนังสือพิมพ์ศรีกรุงเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ กล่าวว่า "เวลา ๑๗.๐๐ น..... ตะกร้อคณะนายผ่อง ศิริสัมพันธ์แสดงได้อย่างสามารถน่าชมเชย เช่นเตะเข้าบ่วงได้บ่อยๆ..." ("กีฬา",๒๔๗๒) ต่อมาจึงเริ่มมีการแข่งขันตะกร้อลอดห่วงเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยสมาคมกีฬาสยามเป็นผู้จัดขึ้น และมีการเล่นแพร่หลายกระจายไปยังจังหวัดอื่นๆในภาคกลาง ดังปรากฏหลักฐานในหนังสือกีฬาพื้นเมือง (กรมพลศึกษา,๒๔๘๐) พบว่าในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ มีการเล่นตะกร้อลอดห่วงกันแล้วในจังหวัดนนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เป็นต้น ปัจจุบันตะกร้อลอดห่วงมีการเล่นและแข่งขันกันแพร่หลายทั่วประเทศ

     การทำตะกร้อนั้นจะอาศัยฝีมือของชาว อ .ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ช่วยกันสานลูก ตะกร้อ จะทำจากหวายกาหลงและหวายตะคำ ซึ่ง เดิมชาวพม่าเห็นคนไทยในสมัยตอนที่อยุธยา เสียกรุงครั้งสุดท้าย ชาวพม่าได้เห็นคนไทย ใช้ไม้ไผ่ทำลูกตะกร้อ พม่าจึงเกิดความคิด ที่จะนำหวายมาสานประดิษฐ์เป็นตะกร้อบ้าง พม่า จึงเลียนแบบไทยโดยบังเอิญ ลูกตะกร้อเดิมเรียกว่า ตะกร้า เพราะมีลักษณะคล้ายตะกร้าและมีตาเป็นรูป ๕ เหลี่ยม และภายหลังคนไทยก็ประยุกต์จากหวาย มาเป็นพลาสติกในปัจจุบัน

3 ลักษณะของกีฬา ตะกร้อลอดห่วง

     ๑. ตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาพื้นเมืองของไทยโดยแท้ ที่คิดสร้างสรรค์ขึ้นโดยคนไทย

     ๒. มีวิธีการเล่น กติกาการเล่น และอุปกรณ์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย ยังไม่พบประเทศใดมีการเล่นเตะลูกตะกร้อ(ลูกบอลกลมที่สานด้วยหวาย)ให้ลอดห่วงสามเส้า(สามด้าน)ที่แขวนไว้สูงอย่างของไทยมาก่อน

     ๓. ท่าเตะของตะกร้อลอดห่วงมีลีลาหลากหลาย ท้าทายความสามารถ แปลก โดดเด่น วิจิตร พิสดาร และสวยงามเป็นเอกลักษณ์ไทยแท้ทั้งท่าที่ใช้เท้า แข้ง เข่า ศอก ไหล่ ศีรษะ ทั้งท่าเตะด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง มีทั้งยืนเตะ กระโดดเตะ และมีการเตะให้ลอดบ่วงมือ เช่นท่าแข้ง ท่าส้นไขว้ ท่าขึ้นม้า ท่าพับเพียบ ท่าขึ้นม้าห่วงมือ ท่าพับหลังตบบ่วงมือ เป็นต้นที่ประเทศอื่นในโลกไม่มีเช่นประเทศไทย

กติกา ตะกร้อลอดห่วง

18 10 2561 002

  • สนามแข่งขัน

     สนามเป็นพื้นราบ จะอยู่ในร่มหรือกลางแจ้งก็ได้ วัดจากพื้นสนามขึ้นไปอย่างน้อยประมาณ 8 เมตร ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ และให้มีวงกลมรัศมี 2 เมตร จากจุดศูนย์กลางสนาม ความกว้างของเส้นวงกลม มีความกว้าง 4 เซนติเมตรมีห่วงชัยแขวนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของวงกลม โดยเชือกที่แขวนห่วง มีความยาวจากรอกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร

  • ห่วงชัย

     ห่วงชัยประกอบด้วยวงกลม 3 ช่อง ขนาดเท่ากัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดจากภายใน กว้าง 45 เซนติเมตร ห่วงทั้ง 3 นี้ จะทำด้วย โลหะ หวาย หรือไม้ ก็ได้ แต่ต้องผูกหรือบัดกรีติดกันแน่นเป็นรูป 3 เส้า วงห่วงแต่ละห่วงตั้งตรง และหุ้มด้วยวัสดุที่มีความนุ่มแล้ว วัดโดยรอบไม่เกิน 10 เซนติเมตร และมีถุงตาข่ายทำด้วยด้ายสีขาว ผูกรอบห่วงทุกห่วง

ห่วงชัย ต้องแขวนกลางสนาม ขอบล่างของห่วงชัย ต้องได้ระดับสูงจากพื้นสนาม ดังนี้

     - ประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี และหญิง ความสูงของห่วงชัย 5.50 เมตร

     - ประเภทประชาชน ความสูงของห่วงชัย 5.70 เมตร

  • ตะกร้อที่ใช้แข่งขัน

     ตะกร้อให้สานด้วยหวาย 9-11 เส้น หรือผลิตด้วยใยสังเคราะห์ ซึ่งให้มีขนาดและน้ำหนัก ดังนี้

     - ประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี และหญิง ขนาดเส้นรอบวง ไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 200 กรัม

     - ประเภทประชาชน ขนาดเส้นรอบวงไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 240 กรัม

ให้ฝ่ายจัดการแข่งขัน จัดลูกตะกร้อไว้ ให้ผู้เข้าแข่งขัน ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันนำลูกตะกร้อมาเอง จะต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการฯ ก่อนการแข่งขันทุกครั้ง หากลูกตะกร้อที่นำมาเองไม่ถูกต้องตามกติกา ต้องใช้ลูกตะกร้อที่คณะกรรมการฯ จัดไว้ ทำการแข่งขัน

  • กรรมการผู้ตัดสิน

ต้องมีผู้ตัดสินอย่างน้อย 3 คน ให้ทำหน้าที่ บันทึกคะแนน, รักษาเวลา, ประกาศคะแนน และผู้ชี้ขาด

  • แต่ละท่าของตะกร้อจะมีคะแนนต่างกัน

๑. ลูกหน้าเท้า (ลูกแปร) ๓ คะแนน
๒. ลูกหลังเท้า ๑๕ คะแนน
๓. ลูกเข่า ๖ คะแนน
๔. ลูกศีรษะ ๑๐ คะแนน
๕. ลูกไหล่ ๑๒ คะแนน
๖. ลูกข้าง ๖ คะแนน
๗. ลูกบ่วงมือ ๑๒ คะแนน
๘. ลูกแข้ง ๖ คะแนน
๙. ลูกตัดไขว้ ๒๕ คะแนน
๑๐. ลูกไขว้หน้า ๒๕ คะแนน
๑๑. ลูกขึ้นม้าธรรมดา ๘ คะแนน
๑๒. ลูกขึ้นม้าบ่วงมือ ๑๕ คะแนน
๑๓. ลูกพับเพียบธรรมดา ๘ คะแนน
๑๔. ลูกพับเพียบบ่วงมือ ๑๕ คะแนน
๑๕. ลูกไขว่เข่า ๒๐ คะแนน
๑๖. ลูกตบไขว้ ๑๕ คะแนน
๑๗. ลูกไขว้ส้น ๒๐ คะแนน
๑๘. ลูกไขว้ส้นบ่วงมือ ๒๕ คะแนน
๑๙. ลูกศอกหลัง ๑๐ คะแนน
๒๐. ลูกข้างหลังธรรมดา ๑๕ คะแนน
๒๑. ลูกข้างหลังบ่วง ๒๐ คะแนน
๒๒. ลูกตบหลัง ๒๐ คะแนน
๒๓. ลูกตบหลังบ่วง ๒๕ คะแนน
๒๔. ลูกส้นหลังตรง ๓๐ คะแนน
๒๕. ลูกส้นหลังบ่วง ๓๕ คะแนน
๒๖. ลูกพับหลังบ่วง ๔๐ คะแนน เป็นลูกที่คะแนนสูงสุด