พระอาทิตย์กำหนดเวลานาฬิกาโลกตามมาตรฐานgmtกับutc
มีใครที่ตื่นตอนเช้าทันพระอาทิตย์ขึ้นบ้างเอ๋ย การเริ่มต้นเช้าวันใหม่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น สำหรับบทความดีๆ นี้น้ำใส ดอทคอม...
(เรื่องโดนใจ)


สนับสนุนโดย





 

วาไรตี้

ข้อควรรู้ 5 ประการ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี

AFS 19MAY 011

ที่มาของรูป pixabay.com

     คนเราตัดสินใจเลือกทำประกันชีวิตด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่ซื้อไว้เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิต เพราะเมื่อไหร่ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น อย่างน้อยก็ยังมีเงินชดเชยที่ช่วยเหลือดูแลคนในครอบครัวต่อไปได้ ในขณะที่บางคนก็ทำประกันชีวิตไว้เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการออมเงินในระยะยาว ที่เหลือก็มีทำประกันชีวิตเพื่อควบคู่ไปกับลงทุน บางคนก็มองไปไกลถึงช่วงเวลาของการเกษียณโดยเลือกทำประกันแบบบำนาญเอาไว้
     ไม่ว่าเหตุผลหลักของการทำประกันชีวิตนั้นจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ประโยชน์ที่เราจะได้ควบคู่มากับการทำประกันชีวิตด้วยก็คือเรื่องของการประหยัดภาษี เพราะค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายสำหรับกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีได้ ประกันชีวิตแบบบำนาญก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของประกันชีวิตที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากประกันชีวิตแผนปกติได้อีกด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการทำประกันชีวิตไว้เพื่อลดหย่อนภาษีด้วยนั้น มีข้อแนะนำที่ควรรู้ไว้ 5 ประการ ดังนี้ค่ะ
     1.ค่าเบี้ยประกันชีวิต ประกันชีวิตที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้นั้นจะต้องเป็นประกันชีวิตที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และต้องทำกับบริษัทประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้นด้วย โดยสามารถนำมาหักได้ตามที่จ่ายค่าเบี้ยไปจริง แต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาท
     2.ประกันชีวิตแบบมีเงินปันผล ในกรณีที่ประกันชีวิตเป็นแบบมีการจ่ายคืนเงินปันผลหรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการลดหย่อนภาษี คือ เงินปันผลรายปีที่จ่ายคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายในปีนั้น ๆ หากเงินปันผลไม่ได้จ่ายทุกปี เช่น 2 หรือ 3 ปี ครั้ง จำนวนเงินปันผลก็จะต้องไม่เกิน 20% ของยอดเงินรวมค่าเบี้ยประกันที่จ่ายในระหว่างปีนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน
     3.เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ การทำประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถนำค่าเบี้ยประกันมาหักลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากค่าเบี้ยประกันปกติได้ โดยให้ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่น เช่น LTF หรือ RMF จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
     4.ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุใช้ลดหย่อนภาษีไม่ได้ หลายคนเข้าใจผิดว่าไม่ว่าจะทำประกันอะไรก็นำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งที่จริงแล้วประกันที่จะนำมาลดหย่อนได้มีเพียงประกันชีวิตอย่างเดียวเท่านั้นและจะต้องมีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ประกันชีวิตที่มีกำหนดระยะเวลาน้อยกว่านี้ก็ไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ ส่วนประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุเป็นการทำประกันแบบปีต่อปี จึงไม่เข้าข่ายนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน
     5.ความคุ้มครองสำคัญที่สุด เหตุผลในการทำประกันชีวิตนั้นควรต้องตั้งต้นจากเรื่องความคุ้มครองชีวิตเป็นหลัก แม้ว่าเราจะได้ประโยชน์จากเรื่องการประหยัดภาษีด้วยก็ตาม แต่เราก็ไม่ควรนำเรื่องประหยัดภาษีมาเป็นเหตุผลหลักในการซื้อประกันชีวิต เพราะอย่าลืมว่าประกันชีวิตนั้นเป็นสัญญาระยะยาวที่ให้ความคุ้มครองในเรื่องของการสูญเสียเป็นหลัก ส่วนเรื่องของการออมเงิน การลงทุน หรือการประหยัดภาษี ควรเป็นเหตุผลรอง ๆ ลงไปของการทำประกันชีวิตมากกว่านั่นเอง
     ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะทำประกันชีวิตเพราะอยากจะได้ลดหย่อนภาษี แต่ก่อนทำขอให้เราทบทวนดูสักนิดถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าในการทำ การซื้อประกันชีวิตเพิ่มเต็มวงเงินทุกปีเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีอาจไม่ใช่การวางแผนการเงินที่ถูกต้อง เพราะแม้ว่าจะประหยัดภาษีที่ต้องจ่ายได้สูงสุด แต่เงินเราต้องไปจมอยู่กับบริษัทประกันเป็นเวลานาน ทำให้ถึงเวลาจำเป็นและฉุกเฉินไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ หรือมีช่องทางในการลงทุนที่ดีกว่าก็เสียโอกาสไป

สนับสนุนโดย


บทความแนะนำ