แมลงวันไม่เคยล้างมือ
     น้ำใสดอทคอมจะนำเสนอเรื่องๆหนึ่งที่น้ำใสดอทคอมเองและคุณผู้อ่านเคยเจอกันแน่นอน ก็คือเจ้าแมลงวัน...
(วาไรตี้)
ตะไคร้หอมมีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไร
วันนี้เรามารู้จักตะไคร้หอมกันครับ บางคนบางท่านก็รู้จักมาแล้ว ตะไคร้หอมเขาไม่นิยมนำมาปรุงอาหาร เป็นพืชสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย...
(เรื่องทั่วไป)

วาไรตี้

ดอกไม้ไฟเพิ่มสีสรรในงานต่างๆ

     หลายๆท่านมักจะเห็น พลุหรือดอกไม้ไฟจุดกันตามงานหรือเทศกาลต่าง แสงเสียงที่ดังและสีสรรที่สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละแบบของพลุหรือดอกไม้ไฟ นับเป็นสีสันอันเป็นสัญลักษณ์สําหรับ เทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลลอยกระทง คริสต์มาส และวันปีใหม่ คงหนีไม่พ้น พลุ หรือ ดอกไม้ไฟ เพราะนอกจากจะมีแสงสี ที่งดงาม ตระการตาแล้ว ยังมีเสียงที่ดังก้องกังวาน สร้างความตื่นตา ตื่นใจให้กับผู้ที่ได้ชมไม่ น้อย แล้วรู้หรือไม่ว่า กว่าที่ดอกไม้ไฟจะมีรูปแบบที่หลากหลาย มากมายสีสันดังเช่นทุกวันนี้ ต้องใช้ความรู้ทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์ และพัฒนามายาวนานกว่า 100 ปี

fireworks 2172296 640

ที่มาของรูป pixabay.com

     ถือว่าพลุและดอกไม้ไฟนั้นจัดเป็นวัตถุระเบิดชนิดหนึ่ง เพราะมีดินปืน (black powder) เป็นส่วนประกอบหลัก หลักฐานบันทึกทางประวัติศาสตร์ของจีนระบุว่า ชาวจีนรู้จักวิธีทำดินปืนตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 แล้ว โดยผสมถ่าน (charcoal) ดินประสิวหรือโพแทสเซียมไนเตรต (potassium nitrate) และกำมะถัน (sulfur) เข้าด้วยกัน

fireworks 74689 640

ที่มาของรูป pixabay.com

     น้ำใสดอทคอมยังอ่านเจอว่ามีเรื่องเล่าขานกันว่าขณะที่นักเล่นแร่แปรธาตุชาวจีนกำลังค้นหาสูตรยาอายุวัฒนะ เพื่อนำไปถวายแก่จักรพรรดิ จากคุณสมบัติของกำมะถันที่ใช้รักษาโรคผิวหนังและดินประสิวซึ่งใช้รักษาโรคปอดได้ จึงมีการคิดว่าหากนำสารทั้ง 2 ตัวมาผสมกันจะได้โอสถขนานใหม่ แต่เมื่อผสมกันแล้วกลับเกิดเป็นแผ่นแป้งสีดำ และลุกเป็นไฟขึ้นเมื่อเกิดการเผาไหม้ จึงมีการตั้งชื่อสารที่เกิดขึ้นใหม่ว่า "อัคคีโอสถ" หรือที่รู้จักกันในชื่อของ "ดินดำ" หรือ "ดินปืน" นั่นเอง

kuwait 252613 640

ที่มาของรูป pixabay.com

     จากข้อมูลบางแหล่งระบุว่า ชาวจีนรู้จักการใช้ดินปืนมาตั้งแต่เมื่อ 2000 ปีก่อนแล้ว นอกจากนี้ ยังมีบันทึกว่าชาวจีนรู้จักประดิษฐ์ประทัดจากการที่นำดินปืนไปบรรจุในกระบอก ไม้ไผ่กลวงและโยนเข้าไปในกองไฟ เมื่อส่วนผสมดินปืนภายในติดไฟและลุกไหม้ในกระบอก ทำให้เกิดก๊าชร้อนขึ้นขยายตัวดันกระบอกไม้ไผ่ระเบิดออก เป็นเสี่ยงและมีเสียงดัง นี่จึงเป็นที่มาของประทัด (fire cracker) ระยะแรกนั้นชาวจีนนำประทัดไปใช้ในงานเฉลิมฉลองต่างๆ เท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาสูตรดินปืนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจึงมีการนำไปใช้ในทางการทหาร โดยบรรจุดินปืนในกระบอกไม้ไผ่และผูกติดกับลูกธนูเรียกว่า ธนูเพลิง (Chinese fire arrow) และจุดยิงใส่ศัตรู แม้จะไม่มีการบันทึกถึงประสิทธิภาพการใช้งานแต่สิ่งนี้ก็พอจะเรียกได้ว่า เป็นจรวดรุ่นแรกได้เช่นกัน

rocket launch 67723 640

ที่มาของรูป pixabay.com

     ความรู้เรื่องดินปืนเริ่มเผยแพร่สู่ชาวตะวันตกในศตวรรษที่ 13 จากการที่ มาร์โคโปโล (Marco Polo) ได้เดินทางมาประเทศจีนและนำดินปืนติดตัวกลับไปยังทวีปยุโรปด้วย (แต่ข้อมูลบางแหล่งระบุว่าชาวตะวันตกรู้จักการใช้ดินปืนจากการทำสงคราม ครูเสดซึ่งเป็นสงครามศาสนาระหว่างชาวคริสเตียนและชาวมุสลิม) นอกจากนี้ มีบันทึกว่า โรเจอร์ เบคอน (Roger Bacon) ซึ่งเป็นนักปราชญ์ชาวอังกฤษได้ศึกษาเรื่องดินปืนไว้และพบว่าดินประสิวเป็น ส่วนผสมที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อการระเบิดมากที่สุด หลังจากที่รู้จักดินปืนไม่นานนักชาวตะวันตกก็นำมาพัฒนาเป็นอาวุธนั้นคือจุดกำเนิดของอาวุธปืน ปืนใหญ่ และน่าจะเรียกว่าเป็นจุดกำเนิดของอาวุธปืน ปืนใหญ่ และน่าจะเรียกว่าเป็นจุดจบของชุดเกราะอัศวินด้วย เนื่องจากลูกกระสุนปืนสามารถเจาะทะลุชุดเกราะอัศวินได้อย่างง่ายดาย

fireworks 180553 640

ที่มาของรูป pixabay.com

     แม้การค้นพบ "ดินดำ" จะนำไปสู่การทำลายล้าง แต่ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 14-15 ประมาณปี ค.ศ.1500 ชาวอิตาลีได้เริ่มนำดินปืนมาพัฒนาเป็นศิลปะที่สวยงามด้วยการประดิษฐ์ดอกไม้ไฟขึ้น ดอกไม้ไฟรูปแบบใหม่ ๆ ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในยุคนี้มีการดัดแปลง โดยเพิ่มโลหะกับถ่านเข้าไปในส่วนผสมที่ใช้ทำจรวด ซึ่งเมื่อปล่อยขึ้นฟ้าก็จะเปล่งประกายแสงสีเงินสีทองระยิบระยับ

ขอบคุณเว็บไซต์ สวทช. ที่น้ำบทความนี้ไปเผยแพร่ : http://www.nstda.or.th/rural/public/100%20articles-stkc/77.pdf เรื่องเล่าดอกไม้ไฟ เป็น "อัคคีโอสถ" จากเว็บไซต์กะปุกดอทคอม ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก วิชาการดอทคอม เนื้อหาในบทความนี้จะสมบูรณ์ไม่ได้หากขาดเนื้อหาจากหนังสือที่น้ำใสดอทคอมได้อ่านและไม่ได้อ้างถึง