เครื่องประดับแฟชั่นสำหรับการแต่งกาย
ถ้าจะพูดถึงเครื่องประดับนั้น ก็นับว่ามีความสำคัญส่วนหนึ่งที่ควบคู่กับการแต่งกายของสุภาพสตรี จะว่าไปแล้วตั้งแต่ยุคก่อนจวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้...
(วาไรตี้)

วาไรตี้

บัตรเครดิตกับบัตรเดบิตมีความแตกต่างกันอย่างไร

dredit 16 09 2560 001

ความแตกต่างระหว่างบัตรเครดิตกับบัตรเดบิต

     หลายๆคนหลายท่านสงสัยว่าระหว่างบัตรเครดิตกับบัตรเดบิตมันแตกต่างกันอย่างไรมี ความแตกต่างกันมากครับ ระหว่างเดบิตกับเครดิตเรามักจะได้ยินบ่อยๆ ใน วิชาบัญชีใช่ไหม เดบิต คือรายรับส่วน เครดิตคือรายจ่าย วันนี้ น้ำ ใ ส ด อ ท คอ ม ขอไขข้อข้องใจสำหรับบางคนบางท่านยังอาจจะไม่รู้ไม่เข้าใจว่า บัตรเครดิต และบัตรเดบิตมันเป็นอย่างไรบ้างและมันแตกต่างกันตรงไหน คำตอบอยู่ในบทความนี้ครับ เรามาดูความแตกต่างกันบัตรเครดิตกับบัตรเดบิตกันเลยครับ
บัตรเดบิตคืออะไร
     บัตรเดบินเป็นบัตรที่ออกโดยสถาบันการเงินธนาคาร ที่เราได้เปิดบัญชีไว้อยู่ โดยบัตรเดบิตนั้นจะผูกโยงกับบัญชีออมทรัพย์ ของเราหลังจากที่เราได้ทำการเปิดบัญชีแล้ว ดังนั้นเราจะต้องไปเปิดบัญชีธนาคารเสียก่อน จึงจะได้รับบัตรเดบิต โดยลักษณะก็เหมือนบัตรเอทีเอ็มนี่แหละและเราก็สามารถนำบัตรเดบิตไปรูดซื้อสินค้าและบริการต่างๆตามห้างสรรพสินค้าได้ แต่ต้องใช้จ่าย ตามยอดเงินที่มีในบัญชีธนาคารของเราเท่านั้น ซื้อสินค้าบริการอื่นก็ได้เช่น สั่งซื้อสินค้าออนไลน์หรือ ชำระค่าน้ำ ค่าไฟได้เหมือนกับบัตรเครดิตทุกประการต่างกันที่ต้องใช้จ่ายตามยอดเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีธนาคาร สำหรับบัตรเอทีเอ็มไม่สามารถทำได้ ซึ่งบัตรเอทีเอ็มทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือแค่ ใช้กดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้นไม่สามารถนำไปรูดซื้อสินค้าได้
บัตรเครดิตคืออะไร
     บัตรเครดิตคงเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นบัตรที่เราสามารถใช้รูดซื้อสินค้า และบริการต่างๆได้ อย่างเช่น ซื้อสินค้าออนไลน์หรือใช้รูดเติมน้ำมัน หรือใช้จองตั๋วเครื่องบินได้ ซึ่งบัตรเครดิต หากเราใช้ไปแล้ว เราจะต้องชำระเงินคืน ให้กับทางสถาบันการเงินพร้อมกับดอกเบี้ย ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้แล้วใน อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 20 %ต่อปี ในวงเงินของแต่ละบัตรอยู่ที่สถาบันการเงินโดยได้โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสำคัญ โดยจะกำหนดไว้ที่ มีรายได้ 1-5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ส่วนการชำระเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยทางธนาคารจะส่งใบแจ้งยอดหนี้มาให้เรา ตามเงื่อนไขที่เราได้สมัครไว้ในแต่ละธนาคารตั้งแต่ตอนแรก
     โดยจะส่งใบแจ้งหนี้ไปตามที่อยู่ ปัจจุบันหรือที่ทำงาน เป็นต้น สำหรับยอดเงินและดอกเบี้ย ที่เราจะต้องจ่ายนั้น เราสามารถเลือกชำระได้หรือเราจะจ่ายเป็นบางส่วน ก็ได้เหมือนกัน แต่ธนาคารจะกำหนดไว้ที่ 10 % ของเงินที่ใช้ไปทั้งหมด พร้อมกับดอกเบี้ยที่ใช้ไปถ้าเรามีเงินมากก็จ่ายมากมีเงินน้อยจ่ายน้อยก็ได้ แต่ขอแนะนำให้จ่ายทั้งหมดทีเดียวจะดีกว่า มีข้อดีก็คือหากเราจ่ายทีเดียวทั้งหมดตรงตามเวลาที่ทางธนาคารได้กำหนดไว้จะทำให้เราไม่ต้องเสียดอกเบี้ย โดยบางธนาคารจะกำหนดการชำระเงินคืนอยู่ที่ประมาณ 45 – 55 วัน
     สรุปแล้วก็คือข้อแตกต่างของบัตรทั้งสองนั้นอยู่ สำหรับบัตรเดบิตใช้รูดสินค้าตามยอดที่จำนวนเงินคงเหลือในบัญชีธนาคาร ส่วนบัตรเครดิตนั้นใช้รูดซื้อสินค้าได้ไม่จำกัดแต่ต้องชำระเงินคืนทีหลังพูดง่ายๆก็คือกินก่อนใช้หนี้ที่หลังนั่นเองเอาละครับ พอจะรู้กันบ้างนะว่าความแตกต่างของบัตรเดบิตกับบัตรเครดิตเป็นอย่างไรซึ่งจะมีข้อดีไปคนละอย่าง แล้วแต่เราจะเลือกใช้แบบไหน สำหรับท่านใดไม่อยากเป็นหนี้กับธนาคารก็ควรใช้บัตรเดบิตจะดีกว่านะครับ เพราะไม่ต้องเป็นหนี้ ข้อแนะนำให้สมัครบัตรเครดิตไปด้วย เอาไว้ใช้ในเวลาที่เราเร่งด่วนเงินขาดมือ สิ่งสำคัญในการใช้บัตรเครดิตนั้นก็คือ มีวินัยในการใช้จ่าย และควบคุมการใช้จ่ายของตนเองให้ได้แล้วเราจะได้ไม่ต้องติดหนี้บัตรเครดิตมาก




บทความแนะนำ